ห้ามพลาด! ช่วงเวลาดอกซากุระผลิบานในญี่ปุ่นปี 2016

เทศกาลชมดอกไม้ หรือในภาษาญี่ปุ่น คือ ฮานามิ (Hanami) เป็นเทศกาลที่ทุกคนไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวหรือคนญี่ปุ่นเองตั้งตารอคอย เพื่อที่จะมาชื่นชมความงามของดอกซากุระสีชมพูที่ผลิบานเต็มต้น

280x420_growth_hormone_deficiency

ประเทศญี่ปุ่น ถือเป็นอีกหนึ่งประเทศที่นักท่องเที่ยวนิยมไปเที่ยวกันเป็นจำนวนมาก เที่ยวได้ตลอดทั้งปี การได้ไปเที่ยวญี่ปุ่นของหลายๆ นอกจากจะได้เห็นวัฒนธรรม สังคม แฟชั่น และธรรมชาติ ถ้าพูดถึงธรรมชาตินอกจากภูเขาไฟฟูจิที่เป็น singnature แล้ว อีกหนึ่งสิ่งก็คือการได้ชมดอกซากุระ สัญญาณของธรรมชาติที่บอกว่า ฤดูใบไม้ผลิได้มาถึงแล้ว! วันนี้ Travel.mthai นำ ตารางเทศกาลชมดอกซากุระที่ญี่ปุ่น 2016 มาฝากกัน พร้อมกับแนะนำ 7 สถานที่ชมดอกซากุระ ให้เพื่อนๆ เลือกเที่ยวได้ตามเมืองต่างๆ ด้วย

280x420_growth_hormone_deficiency

ดอกซากุระในประเทศญี่ปุ่น มีสายพันธุ์กว่า 300 ชนิด! ซึ่งมีความแตกต่างกันไปตั้งแต่ ฟอร์มของลำต้น สี และจำนวนกลีบดอก รวมถึงช่วงเวลาในการบานที่ไม่พร้อมกัน อีกทั้งข้อจำกัดในเรื่องของเวลา ที่ดอกซากุระจะคงความงดงามอยู่บนต้น ที่ส่วนใหญ่หลังจากที่มีการผลิบานเต็มที่ จะคงอยู่บนต้นเพียง 6 – 8 วันก็ร่วงโรยไป (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ หากมีฝนตกมาก จะทำให้ซากุระร่วงเร็วขึ้น) จึงเป็นเสน่ห์ของธรรมขาติ ที่ถูกส่งต่อเป็นวัฒนธรรมยาวนานกว่า 1,000 ปี

ฟาร์มอัลปากาที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น

     ในปี 1999 อัลปากา (alpaca) 200 ตัว ถูกนำมายังญี่ปุ่นจากแอนดีสในเปรู โดยเครื่องบินชาเตอร์

280x420_growth_hormone_deficiency

เนื่องจากในตอนนั้นคนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ไม่คุ้นเคยกับสัตว์ชนิดนี้ สัตว์ที่มีหน้าเหมือนอูฐ มีกีบเท้าเหมือนวัว และผมยาวรุงรัง เจ้าของฟาร์มจึงตัดสินใจว่า ฟาร์มอัลปากานี้ควรจะอยู่ใกล้กับโตเกียว ดังนั้นที่ราบสูงนะสุ (Nasu) ในภูมิภาคโทะชิงิ (Tochigi) จึงได้รับเลือกให้เป็นสถานที่สำหรับฟาร์มใหม่แห่งนี้

ที่ราบสูงนะสุอยู่เหนือระดับน้ำทะเลประมาณ 1,000 เมตร รายล้อมไปด้วยภูเขาที่สวยงาม และในช่วงฤดูหนาวอุณหภูมิจะลดลงถึงลบ 15 องศา ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับอัลปากา เพราะพวกมันเคยอาศัยอยู่สูง 3,000 ถึง 5,000 เมตรบนเทือกเขาแอนดีส ใน 15 ปีต่อมา ฟาร์มอัลปากาได้ขยายไปทั่วที่ราบสูงกินอาณาเขต 25,000 ตารางเมตร และมีจำนวนอัลปากาเพิ่มขึ้นถึงสองเท่าคือ 400 ตัว อัลปากาตัวผู้จะถูกแยกออกจากตัวเมีย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการผสมข้ามพันธ์ โดยธรรมชาติอัลปากาเป็นสัตว์เชื่อง คุณสามารถป้อนอาหาร (ที่ขายในแคปซูลพลาสติกราคา 100 เยน) ได้จากมือโดยผ่านรั้ว โดยทั่วไปแล้วอัลปากาจะไม่ทำอันตราย แต่ถ้าถูกแหย่หรือถูกแกล้ง พวกมันจะพ่นน้ำลายใส่ โปรดระวัง!

280x420_growth_hormone_deficiency

ในฤดูร้อนที่ญี่ปุ่นจะร้อนมากจึงต้องตัดขนของอัลปากา และไม่ใช่แค่ตัดขนเรียบๆ เท่านั้น บางครั้งจะตัดเป็นตัวอักษรหรือเป็นรูปต่างๆ

ที่ฟาร์มมีไกด์ชาวเปรูซึ่งพูดภาษาญี่ปุ่นได้คล่องและสนุกสนานมาก ไกด์ได้พาพวกเราไปชมรอบๆ ฟาร์ม และอธิบายทุกอย่างเกี่ยวกับอัลปากาและประเทศของเขา ดาราดังอีกตัวก็คืออัลปากาสีขาวสวยชื่อ ฮะนะโกะ เธอสวมหมวกน่ารักและมีตะกร้าห้อยลงมาจากคอ และเธอยังโพสท่าให้ผู้เข้าชมถ่ายภาพ เธอได้ออกงานที่เกี่ยวกับประเทศเปรู และได้ปรากฏตัวในรายการโทรทัศน์ด้วย คุณจะไม่รู้สึกเบื่อกับอัลปากาที่น่ารักเหล่านี้ แม้ว่าคุณจะใช้เวลาที่นี่ทั้งวัน

ในตอนนี้อัลปากาเป็นที่คุ้นเคยกับคนญี่ปุ่น จึงมีฟาร์มอัลปากาเล็กๆ มากมายเปิดตัวขึ้น (โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากภัยพิบัติ 3-11 ในปี 2011) เช่นที่หมู่บ้านยะมะโกะชิ (Yamakoshi) ในนิอิกะตะ (Niigata) และที่ยะซึกะตะเกะ (Yatsugatake) ในภูมิภาคนากาโนะ

ข้อดีและข้อเสียของการกินปลาดิบในอาหารญี่ปุ่น

สำหรับคนที่รักอาหารญี่ปุ่น โดยเฉพาะเมนูที่แสนอร่อยอย่างซาชิมิหรือ ปลาดิบ คงทราบดีว่าทำไมถึงยืนยันในเสน่ห์แบบดิบๆ จากธรรมชาติ ซึ่งในอีกมุมของคนที่ไม่ชอบเลย ก็ไม่อาจข้าใจได้เลยว่า การรับประทานปลาที่ไม่ผ่านการปรุงรส ไม่ผ่านความร้อนมันจะอร่อยได้อย่างไร และจะมีประโยชน์อะไรได้ แน่นอนว่าอาหารทุกเมนูมีสองด้าน สำหรับ ปลาดิบ มีด้านดีคือความอร่อยและคุณประโยชน์ต่อสุขภาพ และด้านร้ายที่แฝงมา ก็มีเช่นกัน

280x420_growth_hormone_deficiency

สารอาหารที่ได้จาก ปลาดิบ

1. ไขมัน : ด้วยความที่อาหารดิบจะเน้นผักกับผลไม้ ปริมาณไขมันที่รับจึงอยู่ระหว่างร้อยละ 20-35 ของปริมาณแคลอรี่ทั้งหมดที่ควรได้รับจากไขมันในแต่ละวัน ข้อดีคือไขมันเหล่านี้จะเป็นพวกไขมันไม่อิ่มตัวที่ดีอีกด้วย

2. โปรตีน : แม้จะไม่ได้กินเนื้อสัตว์มากมาย แต่ก็ยังได้รับโปรตีนอยู่ในระดับพอดีๆ เสมือนการรับประทาน ผักใบเขียวหรือถั่ว

3. คาร์โบไฮเดรต : ไม่มากและไม่น้อยเกินไป

4. เกลือ : ต้องแยกระหว่างการกินอาหารแบบ Raw Food กับอาหารญี่ปุ่น โดยอย่างแรกนั้นคุณจะพบว่า การบริโภคเกลือน้อยลงมากและอยู่ในปริมาณที่แนะนำคือ โซเดียมไม่เกินวันละ 2,300 มิลลิกรัม (ยกเว้นผู้สูงอายุผู้ป่วยความดันโลหิตสูง เบาหวาน หรือโรคไตเรื้อรัง ซึ่งจำกัดไว้ไม่เกิน 1,500 มิลลิกรัม) ในทางตรงกันข้ามการใช้โชยุอาจทำให้ระดับโซเดียมพุ่งสูงขึ้นได้ง่ายๆ

280x420_growth_hormone_deficiency

ปลาดิบ มีผลกับโรคเบาหวาน

สิ่งที่เราควรทราบคือ การมีน้ำหนักตัวเพิ่มมากขึ้นจากการได้รับแคลอรี่ (ไม่ว่าแคลอรี่นั้นจะมาจากไหนก็ตาม) จะทำให้ระดับภาวะการต้านอินซูอินเพิ่มขึ้น ดังนั้น ในทางกลับกัน การลดน้ำหนักและรักษาให้อยู่ในระดับนั้นเอาไว้ ก็จะช่วยลดความเสี่ยงเป็นเบาหวานได้

ข้อดีของ ปลาดิบ

1. ดีต่อหัวใจ

โดยทั่วไปแล้ว ปลาดิบ จะให้โปรตีนคุณภาพดี แต่แคลอรีต่ำ มันมีไขมันอิ่มตัวและคอเลสเตอรอลอยู่น้อยมากจึงดีต่อหัวใจของคุณ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปลาแซลมอน ซึ่งมีโอเมก้า-3 อยู่สูง เช่นเดียวกับปลาทูน่า ส่วนตัวสาหร่ายยิ่งเต็มไปด้วยแร่ธาตุมากมาย เช่น ไอโอดีน ซึ่งจำเป็นต่อระบบฮอร์โมนที่ปกติ นอกจากนี้การทาน ปลาดิบ หรือจำพวกซูชิ คุณยังได้แมกนีเซียม ธาตุเหล็ก และไฟโตนิวเทรียนต์ที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ

2. ช่วยเรื่องขับถ่าย

นอกจากปลาดิบแล้ว น้ำส้มสายชูที่ใช้ในการทำซาซิมิ ก็มีคุณสมบัติต้านแบคทีเรียเช่นกัน นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมน้ำส้มสายชูถึงถูกใช้ในการถนอมอาหารมาตั้งแต่โบราณ มันช่วยเรื่องการขับถ่าย ลดความเสี่ยงเป็นความดันโลหิตสูง และช่วยให้กระปรี้กระเปร่าขึ้นด้วยไม่มากก็น้อย

ข้อเสียของ ปลาดิบ

1. แคลอรี่แอบแฝง

เพราะเครื่องปรุงส่วนใหญ่ของซูชิปลาดิบจะถูกม้วน หรือปั้นเป็นชิ้นเล็ก บางทีคุณก็อาจจะลืมไปว่า มันมีแคลอรี่มากขนาดไหน อย่างเช่น ซูชิทูน่าอาจมีน้อยกว่า 200 แคลอรี่ก็จริง แต่ถ้ารวมมายองเนส เทมปุระ หรือซอสอื่น ๆ คุณก็จะได้แคลอรี่เพิ่มขึ้นอีกมากโข (ซอสถั่วเหลือง มีแคลอรี่ต่ำก็จริง แต่มีโซเดียมสูง)

2. ระดับปรอท

แหล่งน้ำเปิด อย่างเช่น แม่น้ำ ทะเลสาบ และทะเล จะทำให้ปลาปนเปื้อนปรอท สารพิษต่อระบบประสาทที่เป็นที่รู้จักดี บรรดาปลานักล่าตัวใหญ่จะมีระดับปรอทสูงสุด รวมถึงปลาทูน่าที่พบในซูซิ ดังนั้น เด็กเล็ก สตรีมีครรภ์ หรือคนที่วางแผนจะตั้งครรภ์ควรอยู่ห่างจาก ปลาดิบ เหล่านี้

280x420_growth_hormone_deficiency

ทาน ปลาดิบ ให้ได้ประโยชน์ และปลอดภัย

ปลาดิบ จริงๆ แล้ว ก็มีทั้งคุณและโทษ หากชอบทานปลาดิบมากๆ ก็ควรระวังในสิ่งต่อไปนี้

1. ชนิดของปลา

โดยทั่วไป ปลาดิบ นั้นมักใช้ปลาทั้งสายพันธุ์น้ำจืด และสายพันธุ์น้ำเค็ม ส่วนมาก ปลาดิบ ที่มาจากทะเล จะมีรสชาติดีกว่าและมีคุณค่าทางโภชนาการ สูงกว่า ปลาดิบ จากน้ำจืด อีกทั้งสายพันธุ์น้ำจืด อันตรายและเสี่ยงต่อเชื้อโรคและพยาธิติดมาเป็นของแถมมากกว่าสายพันธุ์น้ำเค็มหรือปลาที่มาจากทะเล

โดยปลาน้ำจืดอาจมีของแถมเป็นพยาธิตัวจี๊ด พยาธิใบไม้ในตับ ส่วนน้ำเค็มก็หาได้ปลอดจากพยาธิร้อยเปอร์เซ็นต์ ซึ่งอาจมีความเสี่ยงจากพยาธิอานิซาคิส ดังนั้นแล้วอย่าเชื่อมั่นในความปลอดภัยจนเกินไป ทานในปริมาณที่เหมาะ

2. อุณหภูมิในการเก็บปลา

เพื่อที่จะมั่นใจได้ว่า ปรสิตในเนื้อปลาได้ถูกทำลาย ควรเก็บปลาที่อุณหภูมิ -20 องศาเซลเซียส (-4 องศาฟาเรนไฮต์) อย่างน้อย 24 ชั่วโมง ( หรืออาจเก็บที่อุณหภูมิต่ำกว่านี้ ถ้าตู้เย็นสามารถปรับให้ต่ำลงได้อีก) และควรปรุงอาหารที่อุณหภูมิ -12 องศาเซลเซียส

3. เลือกร้านที่สะอาดและเชื่อถือได้

อย่างที่บอกไปว่าไม่ใช่ว่า ปลาดิบ ที่มาจากทะเลจะไม่มีพยาธิ ความจริงแล้ว ปลาทุกชนิด มีโอกาสที่จะมีเชื้อโรคปลอมปนได้ทั้งสิ้น เพราะฉะนั้น ควรเลือกบริโภค จากร้านที่สะอาดและเชื่อถือได้

4. กินทันทีหลังทำ

ควรรับประทาน ซูซิ ซาชิมิ ภายในเวลาไม่เกิน 2 ชั่วโมงหลังจากทำเสร็จ เพราะถ้าทิ้งไว้นาน จะทำให้เสียรสชาติ และคุณค่าทางอาหารเนื่องจากน้ำมันในปลา จะระเหยออกไป และควรหลีกเลี่ยง ซูชิ ซาซิมิ ที่ทำสำเร็จโชว์ไว้ในตู้แช่ เพราะไม่สามารถระบุเวลาได้แน่นอน ว่าเริ่มทำตั้งแต่เมื่อไหร่

5. วิธีสังเกตุร้านทำ ปลาดิบ

ถ้าต้องซื้อซูชิ ซาซิมิ ที่ร้านควรสังเกตุ ว่าคนขายมีขั้นตอนการทำ ปลาดิบ ที่สะอาดหรือไม่ (ใส่ถุงมือทุกครั้งที่หยิบปลาหรือเปล่า เพื่อป้องกันการเสี่ยงต่อการติดเชื้อ.)

6. ข้อควรรระวัง

กลุ่มคนที่มีความเสี่ยงในการติดเชื้อ จากการรับประทาน ปลาดิบ ได้แก่ คนแก่, เด็กเล็ก, คนตั้งครรภ์ และ บุคคล ที่มีระบบ ภูมิคุ้มกันในร่างกายต่ำ

ปลาดิบในอาหารญี่ปุ่นไม่มีพญาธิจริงหรือ???

ปลาดิบเป็นอาหารญี่ปุ่นประเภทหนึ่งที่คนไทยหันมาบริโภคมากขึ้นตามกระแสนิยม คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าด้วยรูปลักษณ์ รสชาติ และความแปลกใหม่ของอาหารญี่ปุ่น ทำให้หลายคนไม่ละโอกาสที่จะได้ลิ้มลองความสดใหม่ของปลาดิบ ซึ่งหลายคนเชื่อว่าปลาทะเลมีคุณค่าทางอาหารสูงและมีความปลอดภัยสูงในการบริโภค โดยเฉพาะอย่างยิ่งเชื่อว่าไม่พบพยาธิในปลาซึ่งอาศัยอยู่ในน้ำทะเลเค็มๆ อย่างแน่นอน จะพบพยาธิก็แต่เฉพาะปลาน้ำจืดเท่านั้น ดังนั้นจึงรับประทานปลาดิบได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องหวาดกลัวอะไรทั้งสิ้น (นอกจากราคาที่อาจจะแพงอยู่สักหน่อย) แต่หลังจากอ่านบทความนี้แล้วคงต้องทำความเข้าใจเสียใหม่ว่า ปลาน้ำเค็ม ที่นำมาทำปลาดิบนั้น ก็อาจมีพยาธิได้!!!!! ดังข่าวที่แพร่กระจายในสังคมออนไลน์เมืองไทยช่วงเดือนสิงหาคม 2554 ที่ผ่านมาว่าพบพยาธิตัวกลมชนิดหนึ่งในปลาดิบที่ขายอยู่ตามร้านอาหารญี่ปุ่นทั่วไป โดยเจ้าพยาธิที่ว่านี้มีชื่อว่า อะนิซาคิส หรือ ชื่อวิทยาศาสตร์ว่าAnisakis simplex เจ้าพยาธิชนิดนี้คืออะไร?? มาจากไหน?? และจะมีอันตรายแค่ไหน?? บางคนอาจจะคุ้นๆ หลายคนอาจเคยได้ยินเป็นครั้งแรก เราไปทำความรู้จักกับพยาธิ Anisakis simplex กันดีกว่า

280x420_growth_hormone_deficiency

ลักษณะและวงจรชีวิตของพยาธิอะนิซาคิส

พยาธิอะนิซาคิส พบในปลาทะเลที่วางขายในประเทศ โดยตรวจพบตัวอ่อนของพยาธิชนิดนี้ในปลาหลาย ชนิด เช่น ปลาดาบเงิน ปลาตาหวาน ปลาสีกุน ปลาทูแขก ปลากุเลากล้วย ปลาลัง เป็นต้น ส่วนในต่างประเทศจะพบในปลาจำพวก ปลาคอด ปลาแซลมอน ปลาเฮอริ่ง ลักษณะของมันเป็นพยาธิตัวกลม มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ตัวโตเต็มวัยมีความยาวถึงประมาณ 2-5 ซม. พบอยู่ในกระเพาะของปลาโลมา ปลาวาฬ และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเลชนิดอื่นๆ ไข่ของพยาธิจะปนออกมากับอุจจาระ เจริญเป็นตัวอ่อนอยู่ในทะเล มีพาหะเป็นพวกกุ้ง ปลาน้ำเค็มตัวเล็กๆ และเมื่อสัตว์เหล่านี้ถูกกินด้วยปลาตัวอื่น พยาธิก็จะฝังตัวอยู่ในกล้ามเนื้อของปลาเหล่านั้น ซึ่งคนที่รับประทานปลาดิบที่มีพยาธินี้อยู่ก็จะติดเชื้อพยาธิได้ จากนั้นพยาธิจะถูกปลดปล่อยออกมาจากเนื้อปลาที่รับประทานเข้าไป โดยน้ำย่อยในกระเพาะอาหาร หรืออาจจะถูกขับออกมาจากกระเพาะอาหารเสียก่อนโดยการอาเจียน ซึ่งก็จะไม่ทำให้เกิดโรค แต่ในกรณีที่พยาธิไม่ถูกขับออกไป พยาธิอาจจะชอนไชไปตามทางเดินอาหาร แล้วอยู่ในลำไส้ และอยู่นอกลำไส้ภายในช่องท้องก็ได้

ในระหว่างปี พ.ศ. 2508-2530 มีรายงานว่าพบผู้ป่วยในประเทศญี่ปุ่น ประมาณ 4000 ราย ซึ่งพบการเกิดก้อนทูมในกระเพาะอาหารมากที่สุด พบก้อนทูมบางที่ที่ลำไส้และในช่องท้อง ถ้าตัดก้อนทูม จะพบพยาธิอยู่ภายในก้อนทูม การรักษาทำได้โดยการผ่าตัด พ.ศ. 2538 มีรายงานพบผู้ป่วยในญี่ปุ่นประมาณ 2000 ราย ในสหรัฐอเมริกามีรายงานการพบผู้ป่วยประมาณ 500 รายต่อปี ในยุโรปมีประมาณ 500 ราย สำหรับประเทศไทยก็มีรายงานการพบผู้ป่วยครั้งแรกจากพยาธิชนิดนี้ในชาวประมงทางภาคใต้ และยังมีรายงานว่าพบผู้ที่เกิดอาการแพ้ต่อพยาธิตัวนี้ทำให้เกิดผื่นลมพิษ ซึ่งในประเทศสเปนมีรายงานว่าบางรายเกิดอาการแพ้ชนิดเฉียบพลันด้วย แต่อย่างไรก็ตามก็พบผู้ป่วยจากพยาธิชนิดนี้เป็นจำนวนน้อยมากต่อปี

อาการและการรักษา

อาการของโรคคือ ภายหลังจากได้รับพยาธิ 1 ชั่วโมง อาจมีอาการปวดท้อง ปวดกระเพาะอาหาร ลำไส้อุดตัน คลื่นไส้อาเจียน และอาจมีอาการคล้ายๆ ไส้ติ่งอักเสบ อาจจะทำให้วินิจฉัยผิดพลาดเป็นโรคแผลในกระเพาะอาหาร หรือไส้ติ่งอักเสบได้ บางรายอาจถ่ายออกมาเป็นมูกเลือด ภายใน 1-5 วัน ผู้ป่วยอาจจะอาเจียนออกมาเป็นตัวพยาธิ หรืออาจจะพบพยาธิเมื่อส่องกล้องเข้าไปในหลอดอาหาร เนื่องจากตัวอ่อนไม่สามารถเจริญและวางไข่ในคนได้ ดังนั้นการ ตรวจอุจจาระเพื่อหาไข่พยาธิชนิดนี้จึงไม่ช่วยในการวินิจฉัย การรักษามีทางเดียวคือการเอาตัวพยาธิออกมาจากผนังกระเพาะหรือบริเวณเนื้อเยื่อที่พยาธิเข้าไปฝังตัวอยู่ โดยการผ่าตัด เพราะยาฆ่าพยาธิใช้ไม่ได้ผล

280x420_growth_hormone_deficiency

การป้องกัน

เมื่อจำเป็นต้องรับประทานเนื้อปลาทะเล ควรทำให้สุกด้วยอุณหภูมิไม่ต่ำกว่า 60 องศาเซลเซียส อย่างน้อย 5 นาที ถ้าเป็นเนื้อปลาสดควรเก็บที่อุณหภูมิ ต่ำกว่า -20 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 7 วัน หรือต่ำกว่า -35 องศาเซลเซียสเป็นเวลา 15 ชั่วโมง จะทำให้พยาธิ Anisakis simplex ตายได้ ดังนั้นการรับประทานปลาดิบ อาหารอันเลื่องชื่อของแดนอาทิตย์อุทัย เราจึงต้องให้ความระมัดระวัง อย่างน้อยให้สังเกตดูลักษณะของเนื้อปลาก่อนรับประทานว่ามี ตัวอ่อนของพยาธิปะปนอยู่หรือไม่ ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยและความอร่อยที่ไร้อันตรายแอบแฝง.

ทะเลทรายทตโตะริ

ทะเลทรายทตโตะริตั้งอยู่ในจังหวัดทตโตะริ หนึ่งในสามของทะเลทรายในญี่ปุ่นและเป็นทะเลทรายที่ใหญ่ที่สุดในสามแห่ง

280x420_growth_hormone_deficiency

สามารถเดินในทะเลทรายได้ตามอัธยาศัยโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และยังมีบริการเช่ารองเท้าที่ใส่เดินบนทะเลทราย และมีรถเข็นเตรียมไว้ให้ท่านขึ้นหน้าผาชันได้สะดวกยิ่งขึ้น นอกจากนี้ท่านยังสามารถขี่อูฐเดินเล่นในทะเลทราย และยังสามารถท้าทายประสบการณ์ลอยร่มชูชีพและเครื่องร่องไกลเดอร์ได้อีกด้วย
จากริมฝั่งทะเลของทะเลทรายแห่งนี้ท่านสามารถสัมผัสได้ถึงความสวยงามของธรรมชาติ โดยเฉพาะช่วงหน้าร้อนที่โดนแสงแดดพระอาทิตย์ส่องเข้าทำให้สัมผัสได้ถึงความร้อนของทะเลทราย ท่านสามารถเลือกเอาได้ว่าจะมาในช่วงหน้าร้อนหรือหน้าหนาวที่อากาศเย็นสบาย.