เที่ยวญี่ปุ่นต้องไป 3 ที่สุดแห่ง ร้านอาหารโกเบ ที่ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง

เมื่อโกเบไม่ได้มีดีแค่ ‘เนื้อโกเบ’ เท่านั้น ! วันนี้เราจึงขอพาเพื่อน ๆ ไปทำความรู้จักและสร้างความสนิทสนมกับเมืองโกเบกันให้มากขึ้นอีกนิดด้วยการแนะนำร้านอาหารแสนอร่อยทั้ง 3 ร้านที่แต่ละร้านต่างมีจุดเด่นที่ต่างกันไป โดยทุกร้านสามารถนำเสนอความเป็นโกเบออกมาได้อย่างน่าสนใจมาก ๆ เลยล่ะ

Kobe (โกเบ) นั้นถือเป็นเมืองท่าแห่งภูมิภาคคันไซที่หลายคนรู้จักและคุ้นเคยกับชื่อนี้ในฐานะที่เป็นเมืองของเนื้อชั้นดีหรือที่เราพูดกันติดปากว่า ‘เนื้อโกเบ’ นั่นเอง แต่ใครเล่าจะรู้ว่าโกเบแห่งนี้มีอะไรที่น่าสนใจและน่าค้นหามากไปกว่าเนื้อวัว

kobe

ด้วยความที่โกเบเป็นเมืองท่าสำคัญของญี่ปุ่นมาเป็นระยะเวลายาวนานทำให้ที่นี่เป็นแหล่งที่มีชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาทำธุรกิจเป็นจำนวนมากจึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเลยที่เราจะเห็นวัฒนธรรมจากฝั่งตะวันตกแทรกซึมอยู่ทั่วทุกพื้นที่ในเมืองไม่ว่าจะเป็นในด้านวัฒนธรรม อาหาร สิ่งก่อสร้าง และอื่น ๆ

ในวันนี้เราขอพาเพื่อน ๆ ไปทำความรู้จักและสร้างความสนิทสนมกับเมืองโกเบกันให้มากขึ้นอีกนิดด้วยการแนะนำร้านอาหารแสนอร่อยทั้ง 3 ร้านที่แต่ละร้านต่างมีจุดเด่นที่ต่างกันไป ซึ่งทุกร้านสามารถนำเสนอความเป็นโกเบออกมาได้อย่างน่าสนใจ

Tooth Tooth Maison 15th (トゥーストゥース・メゾン・ジュウゴ)

tooth 3

เริ่มต้นกันที่แห่งแรกกับร้าน Tooth Tooth Maison 15th ที่ในอดีตเคยเป็นบ้านหลังเก่าแห่งโกเบที่ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นสมบัติทางวัฒนธรรมของญี่ปุ่นโดยมีชื่อเดิมว่า Kyu Kobe Kyoryuchi 15 Ban Kan

tooth 2

บ้านแห่งนี้มีการออกแบบในสไตล์โคโลเนียลหรือที่แปลเป็นไทยว่าศิลปะแบบอาณานิคม เป็นสถาปัตยกรรมที่เกิดขึ้นในช่วงล่าอาณานิคมของมหาอำนาจชาวตะวันตกที่เข้ามายึดครองพื้นที่และปลูกสร้างสิ่งก่อสร้าง อาคารบ้านเรือนต่าง ๆ เอาไว้ โดยมีลักษณะการออกแบบที่ผสมผสานระหว่างศิลปะจากตะวันตกร่วมกับศิลปะของช่างฝีมือท้องถิ่น

tooth 4

ภายในร้านตกแต่งอย่างหรูหราตามแบบฉบับของชาวตะวันตกโบราณ ตั้งแต่โต๊ะเก้าอี้ กำแพง ฝาผนัง เฟอร์นิเจอร์และเครื่องเรือนตกแต่งร้านอื่น ๆ ที่เข้ากันอย่างผ้าม่าน โคมไฟ หรือภาพวาดตกแต่งที่มีเสน่ห์และความสวยงามในแบบที่หาดูได้ยากจากร้านอาหารญี่ปุ่นทั่วไป

tooth 13

บรรยากาศโดยรวมของที่นี่ให้ความรู้สึกเหมือนกับว่าเรากำลังนั่งรับประทานอยู่ในพิพิธภัณฑ์เก่าแก่ที่คละคลุ้งไปด้วยกลิ่นอายของอดีต ได้อรรถรสในการทานอาหารไปอีกแบบหนึ่ง

tooth 6

ชื่นชมกับบรรยากาอันสวยงามทั้งภายในและภายนอกของร้านกันจนครบทุกมุมก็ถึงเวลาอาหารแล้ว ที่นี่จะเสิร์ฟเมนูอาหารสไตล์โกเบผสมผสานกับวัฒนธรรมอาหารดั้งเดิมของฝรั่งเศสรวมเข้ากันกับเทคนิคการปรุงอาหารแบบร่วมสมัย

tooth 8

การรวมตัวกันนี้รังสรรค์ให้เกิดเป็นเมนูอาหารที่มีส่วนผสม รสชาติ และหน้าตาที่แสนจะลงตัว ซึ่งทางร้านเลือกใช้วัตถุดิบที่ได้จากในท้องถิ่นของเมืองโกเบทั้งหมดมาปรุงขึ้นเป็นเมนูต่าง ๆ ได้อย่างน่าอร่อยและเต็มเปี่ยมไปด้วยศิลปะ

tooth 9

เราสามารถเดินทางมารับประทานอาหารที่่นี่ได้ตลอดทั้งวันเพราะมีเสิร์ฟทั้งเมนูอาหารกลางวันแบบเบา ๆ อย่างพาสต้า เสต็กปลา ปลาแซลมอน โดยจะเสิร์ฟมาในปริมาณไม่เยอะแต่เน้นให้ลูกค้าได้ทานอาหารหลายชนิด ซึ่งมื้อกลางวันนี้จะเสิร์ฟเป็นคอร์ส

tooth 10

หากเดินทางมาในช่วงเวลาเย็นที่พระอาทิตย์ตกดินแล้ว ทางร้านจะเสิร์ฟเป็นมื้อดินเนอร์ a la carte แบบจัดเต็มที่เน้นอาหารมื้อหนักปริมาณมากให้อิ่มท้อง เพราะหลังจากที่เหน็ดเหนื่อยมาทั้งวันแล้วอาหารมื้อหนักเท่านั้นที่เราคู่ควร

tooth 11

และสำหรับใครที่ไม่เน้นของคาวแต่เน้นของหวานก็เหมาะมาก ๆ ที่จะแวะมานั่งจิบชาและละเลียดกินขนมหวานสไตล์ฝรั่งเศสที่นี่เพราะเค้ามีเสิร์ฟชุดน้ำชาหรูหราสไตล์ฝรั่งเศสที่น่ารักน่ากินสุด ๆ หรือหากกลัวกินไม่หมดก็สามารถสั่งเค้กเป็นชิ้นแทนก็ได้

ถ้ามาที่ร้าน Tooth Tooth Maison 15th แห่งนี้ นอกจากความอิ่มอร่อยแล้ว เรายังได้รับบรรยากาศของร้านอาหารที่ถือเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมของญี่ปุ่นอีกด้วย เรียกได้ว่ามาที่เดียวได้ครบเลย

Tooth Tooth Maison 15th (トゥーストゥース・メゾン・ジュウゴ)

ที่อยู่ 15 Naniwamachi Chuo-ku, Kobe, Hyogo
วิธีเดินทาง นั่งรถไฟสาย Kaigan Line มาลงสถานี Kyukyoryuchidaimaru-Mae แล้วเดินอีก 6 นาที
เวลาทำการ 11.00-23.00 น.
ราคา ประมาณ 6,000 เยน
โทรศัพท์ 078-332-1515
Website Tooth Tooth Maison 15th

ดูแผนที่ Tooth Tooth Maison 15th (トゥーストゥース・メゾン・ジュウゴ)

Aomori (青森 神戸市)

aomori 2

ในพื้นที่เขต Nagata ของเมืองโกเบ ไม่ใกล้ไม่ไกลจากสถานีรถไฟ Komagabayashi เป็นที่ตั้งของร้านอาหารขนาดเล็ก ๆ แห่งหนึ่งที่มีเพียงป้ายชื่อร้านภาษาญี่ปุ่นติดอยู่ หากนักท่องเที่ยวชาวไทยเดินผ่านไปผ่านมาก็คงไม่อาจรู้ได้ว่าที่นี่เป็นร้านอะไรกันแน่

aomori 4

หากมองกันแค่เพียงภายนอกที่นี่คงเป็นเพียงร้านอาหารอะไรก็ไม่รู้หน้าตาธรรมด๊าธรรมดา ไม่มีแม้แต่รูปภาพอาหารที่จะดึงดูดลูกค้าให้เข้าร้าน และวันนี้เราขอเฉลยให้ได้รู้ว่าที่นี่คือร้านแรกในตำนานของเมนูโซบะเมชิ เมนูที่โด่งดังไปทั่วญี่ปุ่นแล้วในปัจจุบัน

aomori

โซบะเมชิคือเมนูที่เป็นการผสมผสานกันระหว่างข้าวผัดกับยากิโซบะ ถือเป็นเมนูขึ้นชื่อของย่าน Nagata ซึ่งเป็นย่านการค้าเก่าแก่ของเมืองที่เต็มไปด้วยร้านอาหารหลากหลายชนิด แต่เมนูนี้กลับได้รับความนิยมมากที่สุด

จากเมนูยอดนิยมในท้องถิ่นราคาไม่แพงที่ได้รับความสนใจจากสื่อญี่ปุ่นถ่ายทอดผ่านสื่อสาธารณะจนทำให้เมนูจานนี้กลายเป็นที่รู้จักและโด่งดังไปทั่วทั้งญี่ปุ่นในเวลาไม่นาน

aomori

ยากิโซบะคือ เมนูบะหมี่ผัดของญี่ปุ่น ซึ่งมีวิธีการทำที่ง่ายมาก ๆ และวัตถุดิบที่ใช้ก็สามารถหาได้จากในครัวเรือน ซึ่งโซบะเมชินี้เองก็คล้ายกันตรงที่ทางร้านเลือกเอาข้าวมาผัดรวมกับเส้นจนเกิดเป็นเมนูแสนอร่อย

แม้ในปัจจุบันจะเริ่มมีหลายร้านที่เสิร์ฟโซบะเมชิตามกระแสนิยมแต่บอกเลยว่าไม่มีที่ไหนเหมือนที่นี่อย่างแน่นอน เพราะร้าน Aomori แห่งนี้คือร้านแรกในตำนานแห่งเมนูโซบะเมชิ

aomori 8 

หน้าตาของมันช่างเย้ายวนชวนหิวเสียเหลือเกิน แม้รูปลักษณ์จะดูแล้วเหมือนข้าวผัดธรรมดาแต่สีสันนั้นจัดจ้านดูมีรสชาติอร่อย ซึ่งเรื่องรสชาตินั้นก็ดีจริง ๆ เสียด้วยล่ะ

aomori 6

ผัดโชว์กันสด ๆ ตรงกระทะที่อยู่เบื้องหน้าให้น้ำลายไหลกันไปเลยในระหว่างที่รอ กลิ่นหอม ๆ ลอยโชยมาเตะจมูกเข้าอย่างจัง เสียงฉ่าจากการผัดให้สุกดังขึ้นเป็นระยะและเมื่อเสร็จเรียบร้อย โซบะเมชิของเราก็มาอยู่ตรงหน้าพร้อมให้ตักกินแล้ว

ถ้าใครอยากรู้ว่ารสชาติของโซบะเมชิร้านแรกในตำนานมันเป็นอย่างไรก็ต้องมาลองดูที่ร้านนี้เลย นอกจากโซบะเมชิแล้วก็ยังมีเมนูยากิโซบะแบบคลาสสิกในเมนูเช่นกัน เชิญมาสัมผัสความรู้สึกของต้นตำรับได้ที่นี่

Aomori (青森 神戸市)

ที่อยู่ 4-8-6 Kubocho, Nagata-ku, Kobe, Hyogo
วิธีเดินทาง นั่งรถไฟสาย Kaigan Line มาลงสถานี Komagabayashi แล้วเดินอีก 4 นาที
เวลาทำการ ช่วงกลางวัน : 11.30-14.30 น. ช่วงเย็น : 17.00-22.30 น.
ราคา ประมาณ 1,200 เยน
โทรศัพท์ 078-611-1701

ดูแผนที่ Aomori (青森 神戸市)

Wakkoqu Kobe Beef Steak (和黒 北野坂本店)

wakkou 3

เมื่อเดินทางมาถึงเมืองโกเบทั้งทีต้องห้ามพลาดเมนูเนื้อโกเบโดยเด็ดขาด เพราะที่โกเบนั้นเป็นแหล่งเนื้อวัวชั้นดีที่ใคร ๆ ก็ต้องเคยได้ยินชื่อกันทั้งนั้น เนื้อโกเบเป็นเนื้อที่ได้จากวัวขนดำพันธุ์ดีที่ได้รับการเลี้ยงดูมาอย่างพิถีพิถัน ผ่านกระบวนการตรวจสอบคุณภาพและจัดเรตเกรดของเนื้อวัวญี่ปุ่นอย่างเคร่งครัดตามมาตรฐานสากลจนได้รับการยอมรับให้เป็นเนื้อคุณภาพดีในอันดับต้น ๆ ของโลก

wakkou 1

ในโกเบมีร้านเสต็กเฮาส์ที่ขึ้นชื่ออยู่หลายร้าน แต่ร้านที่เราจะมาแนะนำในวันนี้ชื่อว่า Wakkoqu Kobe Beef Steak เป็นร้านที่มีความโดดเด่นตั้งแต่รูปลักษณ์การออกแบบร้านที่ใช้อิฐสีแดงสดใสที่ดูเหมือนกับเป็นเตาอบพิซซ่าขนาดยักษ์ แค่เห็นเท่านี้ก็รู้สึกท้องร้องเสียแล้ว

wakkou 4

การออกแบบตกแต่งภายในก็ไม่น้อยหน้าด้านนอก มีความหรูหราของอิทธิพลที่ได้รับมาจากสไตล์ตะวันตก ความรู้สึกคล้ายบ้านของผู้ดีในอดีตที่มีเฟอร์นิเจอร์ที่สวยงามและหรูหรา

wakkou 2

เมนูอาหารที่สามารถดึงเอารสชาติของเนื้อโกเบออกมาได้มากที่สุดก็คงหนีไม่พ้นเสต็กที่เรียกได้ว่าเป็นเมนูห้ามพลาดจริง ๆ เพราะการปรุงด้วยวิธีการของเสต็กนั้นจะช่วยดึงเอากลิ่นรสและสัมผัสของเนื้อวัวชั้นดีออกมาได้อย่างถึงแก่นที่สุด

และที่ร้านแห่งนี้ก็ถือเป็นร้านที่มีเมนูเสต็กเนื้ออร่อยที่สุดร้านหนึ่งของเมืองโกเบ สิ่งแรกที่ทางร้านคำนึงถึงในการทำเมนูเสต็กคือการเลือกใช้วัตถุดิบเป็นเนื้อวัวเกรดดีที่ผ่านการตรวจสอบและคัดสรรมาเป็นอย่างดีแล้วเท่านั้น

wakkou 5

เมื่อได้เนื้อวัวชิ้นเลิศจากแหล่งผลิตมาแล้ว กระบวนการปรุงอาหารด้วยความพิพถีพิถันก็เกิดขึ้น ซึ่งนี่ถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้เมนูเสต็กเนื้อโกเบออกมาอร่อย ด้วยกรรมวิธีการย่างและปรุงอย่างบรรจง ประกอบกับเทคนิคเฉพาะตัวของเชฟผู้มากด้วยประสบการณ์

wakkou 7

ความพิเศษอีกอย่างของทางร้านคือการที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถเลือกวัตถุดิบในเมนูเสต็กได้เองเกือบทั้งหมด ตั้งแต่ชนิดของเนื้อวัวและส่วนของเนื้อที่ต้องการ รวมไปถึงระดับความสุกของเนื้อที่ชื่นชอบ ไม่ว่าจะสุกน้อย ปานกลาง ไปจนถึงสุดมากนั้นทางร้านก็ทำให้ได้

ทุกอย่างที่ร้าน Wakkoqu Kobe Beef Steak ทำนั้นก็เพื่อสร้างความประทับใจให้แก่ลูกค้าที่มา นอกจากจะได้เอร็อดอร่อยกับเมนูเสต็กเนื้อโกเบสุดอร่อยแล้ว เรื่องการบริการก็จะทำให้ลูกค้าอย่างเราประทับใจได้ไม่แพ้กันทีเดียว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *