ห้ามพลาด! ช่วงเวลาดอกซากุระผลิบานในญี่ปุ่นปี 2016

เทศกาลชมดอกไม้ หรือในภาษาญี่ปุ่น คือ ฮานามิ (Hanami) เป็นเทศกาลที่ทุกคนไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวหรือคนญี่ปุ่นเองตั้งตารอคอย เพื่อที่จะมาชื่นชมความงามของดอกซากุระสีชมพูที่ผลิบานเต็มต้น

280x420_growth_hormone_deficiency

ประเทศญี่ปุ่น ถือเป็นอีกหนึ่งประเทศที่นักท่องเที่ยวนิยมไปเที่ยวกันเป็นจำนวนมาก เที่ยวได้ตลอดทั้งปี การได้ไปเที่ยวญี่ปุ่นของหลายๆ นอกจากจะได้เห็นวัฒนธรรม สังคม แฟชั่น และธรรมชาติ ถ้าพูดถึงธรรมชาตินอกจากภูเขาไฟฟูจิที่เป็น singnature แล้ว อีกหนึ่งสิ่งก็คือการได้ชมดอกซากุระ สัญญาณของธรรมชาติที่บอกว่า ฤดูใบไม้ผลิได้มาถึงแล้ว! วันนี้ Travel.mthai นำ ตารางเทศกาลชมดอกซากุระที่ญี่ปุ่น 2016 มาฝากกัน พร้อมกับแนะนำ 7 สถานที่ชมดอกซากุระ ให้เพื่อนๆ เลือกเที่ยวได้ตามเมืองต่างๆ ด้วย

280x420_growth_hormone_deficiency

ดอกซากุระในประเทศญี่ปุ่น มีสายพันธุ์กว่า 300 ชนิด! ซึ่งมีความแตกต่างกันไปตั้งแต่ ฟอร์มของลำต้น สี และจำนวนกลีบดอก รวมถึงช่วงเวลาในการบานที่ไม่พร้อมกัน อีกทั้งข้อจำกัดในเรื่องของเวลา ที่ดอกซากุระจะคงความงดงามอยู่บนต้น ที่ส่วนใหญ่หลังจากที่มีการผลิบานเต็มที่ จะคงอยู่บนต้นเพียง 6 – 8 วันก็ร่วงโรยไป (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ หากมีฝนตกมาก จะทำให้ซากุระร่วงเร็วขึ้น) จึงเป็นเสน่ห์ของธรรมขาติ ที่ถูกส่งต่อเป็นวัฒนธรรมยาวนานกว่า 1,000 ปี

ฟาร์มอัลปากาที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น

     ในปี 1999 อัลปากา (alpaca) 200 ตัว ถูกนำมายังญี่ปุ่นจากแอนดีสในเปรู โดยเครื่องบินชาเตอร์

280x420_growth_hormone_deficiency

เนื่องจากในตอนนั้นคนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ไม่คุ้นเคยกับสัตว์ชนิดนี้ สัตว์ที่มีหน้าเหมือนอูฐ มีกีบเท้าเหมือนวัว และผมยาวรุงรัง เจ้าของฟาร์มจึงตัดสินใจว่า ฟาร์มอัลปากานี้ควรจะอยู่ใกล้กับโตเกียว ดังนั้นที่ราบสูงนะสุ (Nasu) ในภูมิภาคโทะชิงิ (Tochigi) จึงได้รับเลือกให้เป็นสถานที่สำหรับฟาร์มใหม่แห่งนี้

ที่ราบสูงนะสุอยู่เหนือระดับน้ำทะเลประมาณ 1,000 เมตร รายล้อมไปด้วยภูเขาที่สวยงาม และในช่วงฤดูหนาวอุณหภูมิจะลดลงถึงลบ 15 องศา ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับอัลปากา เพราะพวกมันเคยอาศัยอยู่สูง 3,000 ถึง 5,000 เมตรบนเทือกเขาแอนดีส ใน 15 ปีต่อมา ฟาร์มอัลปากาได้ขยายไปทั่วที่ราบสูงกินอาณาเขต 25,000 ตารางเมตร และมีจำนวนอัลปากาเพิ่มขึ้นถึงสองเท่าคือ 400 ตัว อัลปากาตัวผู้จะถูกแยกออกจากตัวเมีย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการผสมข้ามพันธ์ โดยธรรมชาติอัลปากาเป็นสัตว์เชื่อง คุณสามารถป้อนอาหาร (ที่ขายในแคปซูลพลาสติกราคา 100 เยน) ได้จากมือโดยผ่านรั้ว โดยทั่วไปแล้วอัลปากาจะไม่ทำอันตราย แต่ถ้าถูกแหย่หรือถูกแกล้ง พวกมันจะพ่นน้ำลายใส่ โปรดระวัง!

280x420_growth_hormone_deficiency

ในฤดูร้อนที่ญี่ปุ่นจะร้อนมากจึงต้องตัดขนของอัลปากา และไม่ใช่แค่ตัดขนเรียบๆ เท่านั้น บางครั้งจะตัดเป็นตัวอักษรหรือเป็นรูปต่างๆ

ที่ฟาร์มมีไกด์ชาวเปรูซึ่งพูดภาษาญี่ปุ่นได้คล่องและสนุกสนานมาก ไกด์ได้พาพวกเราไปชมรอบๆ ฟาร์ม และอธิบายทุกอย่างเกี่ยวกับอัลปากาและประเทศของเขา ดาราดังอีกตัวก็คืออัลปากาสีขาวสวยชื่อ ฮะนะโกะ เธอสวมหมวกน่ารักและมีตะกร้าห้อยลงมาจากคอ และเธอยังโพสท่าให้ผู้เข้าชมถ่ายภาพ เธอได้ออกงานที่เกี่ยวกับประเทศเปรู และได้ปรากฏตัวในรายการโทรทัศน์ด้วย คุณจะไม่รู้สึกเบื่อกับอัลปากาที่น่ารักเหล่านี้ แม้ว่าคุณจะใช้เวลาที่นี่ทั้งวัน

ในตอนนี้อัลปากาเป็นที่คุ้นเคยกับคนญี่ปุ่น จึงมีฟาร์มอัลปากาเล็กๆ มากมายเปิดตัวขึ้น (โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากภัยพิบัติ 3-11 ในปี 2011) เช่นที่หมู่บ้านยะมะโกะชิ (Yamakoshi) ในนิอิกะตะ (Niigata) และที่ยะซึกะตะเกะ (Yatsugatake) ในภูมิภาคนากาโนะ

ข้อดีและข้อเสียของการกินปลาดิบในอาหารญี่ปุ่น

สำหรับคนที่รักอาหารญี่ปุ่น โดยเฉพาะเมนูที่แสนอร่อยอย่างซาชิมิหรือ ปลาดิบ คงทราบดีว่าทำไมถึงยืนยันในเสน่ห์แบบดิบๆ จากธรรมชาติ ซึ่งในอีกมุมของคนที่ไม่ชอบเลย ก็ไม่อาจข้าใจได้เลยว่า การรับประทานปลาที่ไม่ผ่านการปรุงรส ไม่ผ่านความร้อนมันจะอร่อยได้อย่างไร และจะมีประโยชน์อะไรได้ แน่นอนว่าอาหารทุกเมนูมีสองด้าน สำหรับ ปลาดิบ มีด้านดีคือความอร่อยและคุณประโยชน์ต่อสุขภาพ และด้านร้ายที่แฝงมา ก็มีเช่นกัน

280x420_growth_hormone_deficiency

สารอาหารที่ได้จาก ปลาดิบ

1. ไขมัน : ด้วยความที่อาหารดิบจะเน้นผักกับผลไม้ ปริมาณไขมันที่รับจึงอยู่ระหว่างร้อยละ 20-35 ของปริมาณแคลอรี่ทั้งหมดที่ควรได้รับจากไขมันในแต่ละวัน ข้อดีคือไขมันเหล่านี้จะเป็นพวกไขมันไม่อิ่มตัวที่ดีอีกด้วย

2. โปรตีน : แม้จะไม่ได้กินเนื้อสัตว์มากมาย แต่ก็ยังได้รับโปรตีนอยู่ในระดับพอดีๆ เสมือนการรับประทาน ผักใบเขียวหรือถั่ว

3. คาร์โบไฮเดรต : ไม่มากและไม่น้อยเกินไป

4. เกลือ : ต้องแยกระหว่างการกินอาหารแบบ Raw Food กับอาหารญี่ปุ่น โดยอย่างแรกนั้นคุณจะพบว่า การบริโภคเกลือน้อยลงมากและอยู่ในปริมาณที่แนะนำคือ โซเดียมไม่เกินวันละ 2,300 มิลลิกรัม (ยกเว้นผู้สูงอายุผู้ป่วยความดันโลหิตสูง เบาหวาน หรือโรคไตเรื้อรัง ซึ่งจำกัดไว้ไม่เกิน 1,500 มิลลิกรัม) ในทางตรงกันข้ามการใช้โชยุอาจทำให้ระดับโซเดียมพุ่งสูงขึ้นได้ง่ายๆ

280x420_growth_hormone_deficiency

ปลาดิบ มีผลกับโรคเบาหวาน

สิ่งที่เราควรทราบคือ การมีน้ำหนักตัวเพิ่มมากขึ้นจากการได้รับแคลอรี่ (ไม่ว่าแคลอรี่นั้นจะมาจากไหนก็ตาม) จะทำให้ระดับภาวะการต้านอินซูอินเพิ่มขึ้น ดังนั้น ในทางกลับกัน การลดน้ำหนักและรักษาให้อยู่ในระดับนั้นเอาไว้ ก็จะช่วยลดความเสี่ยงเป็นเบาหวานได้

ข้อดีของ ปลาดิบ

1. ดีต่อหัวใจ

โดยทั่วไปแล้ว ปลาดิบ จะให้โปรตีนคุณภาพดี แต่แคลอรีต่ำ มันมีไขมันอิ่มตัวและคอเลสเตอรอลอยู่น้อยมากจึงดีต่อหัวใจของคุณ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปลาแซลมอน ซึ่งมีโอเมก้า-3 อยู่สูง เช่นเดียวกับปลาทูน่า ส่วนตัวสาหร่ายยิ่งเต็มไปด้วยแร่ธาตุมากมาย เช่น ไอโอดีน ซึ่งจำเป็นต่อระบบฮอร์โมนที่ปกติ นอกจากนี้การทาน ปลาดิบ หรือจำพวกซูชิ คุณยังได้แมกนีเซียม ธาตุเหล็ก และไฟโตนิวเทรียนต์ที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ

2. ช่วยเรื่องขับถ่าย

นอกจากปลาดิบแล้ว น้ำส้มสายชูที่ใช้ในการทำซาซิมิ ก็มีคุณสมบัติต้านแบคทีเรียเช่นกัน นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมน้ำส้มสายชูถึงถูกใช้ในการถนอมอาหารมาตั้งแต่โบราณ มันช่วยเรื่องการขับถ่าย ลดความเสี่ยงเป็นความดันโลหิตสูง และช่วยให้กระปรี้กระเปร่าขึ้นด้วยไม่มากก็น้อย

ข้อเสียของ ปลาดิบ

1. แคลอรี่แอบแฝง

เพราะเครื่องปรุงส่วนใหญ่ของซูชิปลาดิบจะถูกม้วน หรือปั้นเป็นชิ้นเล็ก บางทีคุณก็อาจจะลืมไปว่า มันมีแคลอรี่มากขนาดไหน อย่างเช่น ซูชิทูน่าอาจมีน้อยกว่า 200 แคลอรี่ก็จริง แต่ถ้ารวมมายองเนส เทมปุระ หรือซอสอื่น ๆ คุณก็จะได้แคลอรี่เพิ่มขึ้นอีกมากโข (ซอสถั่วเหลือง มีแคลอรี่ต่ำก็จริง แต่มีโซเดียมสูง)

2. ระดับปรอท

แหล่งน้ำเปิด อย่างเช่น แม่น้ำ ทะเลสาบ และทะเล จะทำให้ปลาปนเปื้อนปรอท สารพิษต่อระบบประสาทที่เป็นที่รู้จักดี บรรดาปลานักล่าตัวใหญ่จะมีระดับปรอทสูงสุด รวมถึงปลาทูน่าที่พบในซูซิ ดังนั้น เด็กเล็ก สตรีมีครรภ์ หรือคนที่วางแผนจะตั้งครรภ์ควรอยู่ห่างจาก ปลาดิบ เหล่านี้

280x420_growth_hormone_deficiency

ทาน ปลาดิบ ให้ได้ประโยชน์ และปลอดภัย

ปลาดิบ จริงๆ แล้ว ก็มีทั้งคุณและโทษ หากชอบทานปลาดิบมากๆ ก็ควรระวังในสิ่งต่อไปนี้

1. ชนิดของปลา

โดยทั่วไป ปลาดิบ นั้นมักใช้ปลาทั้งสายพันธุ์น้ำจืด และสายพันธุ์น้ำเค็ม ส่วนมาก ปลาดิบ ที่มาจากทะเล จะมีรสชาติดีกว่าและมีคุณค่าทางโภชนาการ สูงกว่า ปลาดิบ จากน้ำจืด อีกทั้งสายพันธุ์น้ำจืด อันตรายและเสี่ยงต่อเชื้อโรคและพยาธิติดมาเป็นของแถมมากกว่าสายพันธุ์น้ำเค็มหรือปลาที่มาจากทะเล

โดยปลาน้ำจืดอาจมีของแถมเป็นพยาธิตัวจี๊ด พยาธิใบไม้ในตับ ส่วนน้ำเค็มก็หาได้ปลอดจากพยาธิร้อยเปอร์เซ็นต์ ซึ่งอาจมีความเสี่ยงจากพยาธิอานิซาคิส ดังนั้นแล้วอย่าเชื่อมั่นในความปลอดภัยจนเกินไป ทานในปริมาณที่เหมาะ

2. อุณหภูมิในการเก็บปลา

เพื่อที่จะมั่นใจได้ว่า ปรสิตในเนื้อปลาได้ถูกทำลาย ควรเก็บปลาที่อุณหภูมิ -20 องศาเซลเซียส (-4 องศาฟาเรนไฮต์) อย่างน้อย 24 ชั่วโมง ( หรืออาจเก็บที่อุณหภูมิต่ำกว่านี้ ถ้าตู้เย็นสามารถปรับให้ต่ำลงได้อีก) และควรปรุงอาหารที่อุณหภูมิ -12 องศาเซลเซียส

3. เลือกร้านที่สะอาดและเชื่อถือได้

อย่างที่บอกไปว่าไม่ใช่ว่า ปลาดิบ ที่มาจากทะเลจะไม่มีพยาธิ ความจริงแล้ว ปลาทุกชนิด มีโอกาสที่จะมีเชื้อโรคปลอมปนได้ทั้งสิ้น เพราะฉะนั้น ควรเลือกบริโภค จากร้านที่สะอาดและเชื่อถือได้

4. กินทันทีหลังทำ

ควรรับประทาน ซูซิ ซาชิมิ ภายในเวลาไม่เกิน 2 ชั่วโมงหลังจากทำเสร็จ เพราะถ้าทิ้งไว้นาน จะทำให้เสียรสชาติ และคุณค่าทางอาหารเนื่องจากน้ำมันในปลา จะระเหยออกไป และควรหลีกเลี่ยง ซูชิ ซาซิมิ ที่ทำสำเร็จโชว์ไว้ในตู้แช่ เพราะไม่สามารถระบุเวลาได้แน่นอน ว่าเริ่มทำตั้งแต่เมื่อไหร่

5. วิธีสังเกตุร้านทำ ปลาดิบ

ถ้าต้องซื้อซูชิ ซาซิมิ ที่ร้านควรสังเกตุ ว่าคนขายมีขั้นตอนการทำ ปลาดิบ ที่สะอาดหรือไม่ (ใส่ถุงมือทุกครั้งที่หยิบปลาหรือเปล่า เพื่อป้องกันการเสี่ยงต่อการติดเชื้อ.)

6. ข้อควรรระวัง

กลุ่มคนที่มีความเสี่ยงในการติดเชื้อ จากการรับประทาน ปลาดิบ ได้แก่ คนแก่, เด็กเล็ก, คนตั้งครรภ์ และ บุคคล ที่มีระบบ ภูมิคุ้มกันในร่างกายต่ำ

ปลาดิบในอาหารญี่ปุ่นไม่มีพญาธิจริงหรือ???

ปลาดิบเป็นอาหารญี่ปุ่นประเภทหนึ่งที่คนไทยหันมาบริโภคมากขึ้นตามกระแสนิยม คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าด้วยรูปลักษณ์ รสชาติ และความแปลกใหม่ของอาหารญี่ปุ่น ทำให้หลายคนไม่ละโอกาสที่จะได้ลิ้มลองความสดใหม่ของปลาดิบ ซึ่งหลายคนเชื่อว่าปลาทะเลมีคุณค่าทางอาหารสูงและมีความปลอดภัยสูงในการบริโภค โดยเฉพาะอย่างยิ่งเชื่อว่าไม่พบพยาธิในปลาซึ่งอาศัยอยู่ในน้ำทะเลเค็มๆ อย่างแน่นอน จะพบพยาธิก็แต่เฉพาะปลาน้ำจืดเท่านั้น ดังนั้นจึงรับประทานปลาดิบได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องหวาดกลัวอะไรทั้งสิ้น (นอกจากราคาที่อาจจะแพงอยู่สักหน่อย) แต่หลังจากอ่านบทความนี้แล้วคงต้องทำความเข้าใจเสียใหม่ว่า ปลาน้ำเค็ม ที่นำมาทำปลาดิบนั้น ก็อาจมีพยาธิได้!!!!! ดังข่าวที่แพร่กระจายในสังคมออนไลน์เมืองไทยช่วงเดือนสิงหาคม 2554 ที่ผ่านมาว่าพบพยาธิตัวกลมชนิดหนึ่งในปลาดิบที่ขายอยู่ตามร้านอาหารญี่ปุ่นทั่วไป โดยเจ้าพยาธิที่ว่านี้มีชื่อว่า อะนิซาคิส หรือ ชื่อวิทยาศาสตร์ว่าAnisakis simplex เจ้าพยาธิชนิดนี้คืออะไร?? มาจากไหน?? และจะมีอันตรายแค่ไหน?? บางคนอาจจะคุ้นๆ หลายคนอาจเคยได้ยินเป็นครั้งแรก เราไปทำความรู้จักกับพยาธิ Anisakis simplex กันดีกว่า

280x420_growth_hormone_deficiency

ลักษณะและวงจรชีวิตของพยาธิอะนิซาคิส

พยาธิอะนิซาคิส พบในปลาทะเลที่วางขายในประเทศ โดยตรวจพบตัวอ่อนของพยาธิชนิดนี้ในปลาหลาย ชนิด เช่น ปลาดาบเงิน ปลาตาหวาน ปลาสีกุน ปลาทูแขก ปลากุเลากล้วย ปลาลัง เป็นต้น ส่วนในต่างประเทศจะพบในปลาจำพวก ปลาคอด ปลาแซลมอน ปลาเฮอริ่ง ลักษณะของมันเป็นพยาธิตัวกลม มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ตัวโตเต็มวัยมีความยาวถึงประมาณ 2-5 ซม. พบอยู่ในกระเพาะของปลาโลมา ปลาวาฬ และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเลชนิดอื่นๆ ไข่ของพยาธิจะปนออกมากับอุจจาระ เจริญเป็นตัวอ่อนอยู่ในทะเล มีพาหะเป็นพวกกุ้ง ปลาน้ำเค็มตัวเล็กๆ และเมื่อสัตว์เหล่านี้ถูกกินด้วยปลาตัวอื่น พยาธิก็จะฝังตัวอยู่ในกล้ามเนื้อของปลาเหล่านั้น ซึ่งคนที่รับประทานปลาดิบที่มีพยาธินี้อยู่ก็จะติดเชื้อพยาธิได้ จากนั้นพยาธิจะถูกปลดปล่อยออกมาจากเนื้อปลาที่รับประทานเข้าไป โดยน้ำย่อยในกระเพาะอาหาร หรืออาจจะถูกขับออกมาจากกระเพาะอาหารเสียก่อนโดยการอาเจียน ซึ่งก็จะไม่ทำให้เกิดโรค แต่ในกรณีที่พยาธิไม่ถูกขับออกไป พยาธิอาจจะชอนไชไปตามทางเดินอาหาร แล้วอยู่ในลำไส้ และอยู่นอกลำไส้ภายในช่องท้องก็ได้

ในระหว่างปี พ.ศ. 2508-2530 มีรายงานว่าพบผู้ป่วยในประเทศญี่ปุ่น ประมาณ 4000 ราย ซึ่งพบการเกิดก้อนทูมในกระเพาะอาหารมากที่สุด พบก้อนทูมบางที่ที่ลำไส้และในช่องท้อง ถ้าตัดก้อนทูม จะพบพยาธิอยู่ภายในก้อนทูม การรักษาทำได้โดยการผ่าตัด พ.ศ. 2538 มีรายงานพบผู้ป่วยในญี่ปุ่นประมาณ 2000 ราย ในสหรัฐอเมริกามีรายงานการพบผู้ป่วยประมาณ 500 รายต่อปี ในยุโรปมีประมาณ 500 ราย สำหรับประเทศไทยก็มีรายงานการพบผู้ป่วยครั้งแรกจากพยาธิชนิดนี้ในชาวประมงทางภาคใต้ และยังมีรายงานว่าพบผู้ที่เกิดอาการแพ้ต่อพยาธิตัวนี้ทำให้เกิดผื่นลมพิษ ซึ่งในประเทศสเปนมีรายงานว่าบางรายเกิดอาการแพ้ชนิดเฉียบพลันด้วย แต่อย่างไรก็ตามก็พบผู้ป่วยจากพยาธิชนิดนี้เป็นจำนวนน้อยมากต่อปี

อาการและการรักษา

อาการของโรคคือ ภายหลังจากได้รับพยาธิ 1 ชั่วโมง อาจมีอาการปวดท้อง ปวดกระเพาะอาหาร ลำไส้อุดตัน คลื่นไส้อาเจียน และอาจมีอาการคล้ายๆ ไส้ติ่งอักเสบ อาจจะทำให้วินิจฉัยผิดพลาดเป็นโรคแผลในกระเพาะอาหาร หรือไส้ติ่งอักเสบได้ บางรายอาจถ่ายออกมาเป็นมูกเลือด ภายใน 1-5 วัน ผู้ป่วยอาจจะอาเจียนออกมาเป็นตัวพยาธิ หรืออาจจะพบพยาธิเมื่อส่องกล้องเข้าไปในหลอดอาหาร เนื่องจากตัวอ่อนไม่สามารถเจริญและวางไข่ในคนได้ ดังนั้นการ ตรวจอุจจาระเพื่อหาไข่พยาธิชนิดนี้จึงไม่ช่วยในการวินิจฉัย การรักษามีทางเดียวคือการเอาตัวพยาธิออกมาจากผนังกระเพาะหรือบริเวณเนื้อเยื่อที่พยาธิเข้าไปฝังตัวอยู่ โดยการผ่าตัด เพราะยาฆ่าพยาธิใช้ไม่ได้ผล

280x420_growth_hormone_deficiency

การป้องกัน

เมื่อจำเป็นต้องรับประทานเนื้อปลาทะเล ควรทำให้สุกด้วยอุณหภูมิไม่ต่ำกว่า 60 องศาเซลเซียส อย่างน้อย 5 นาที ถ้าเป็นเนื้อปลาสดควรเก็บที่อุณหภูมิ ต่ำกว่า -20 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 7 วัน หรือต่ำกว่า -35 องศาเซลเซียสเป็นเวลา 15 ชั่วโมง จะทำให้พยาธิ Anisakis simplex ตายได้ ดังนั้นการรับประทานปลาดิบ อาหารอันเลื่องชื่อของแดนอาทิตย์อุทัย เราจึงต้องให้ความระมัดระวัง อย่างน้อยให้สังเกตดูลักษณะของเนื้อปลาก่อนรับประทานว่ามี ตัวอ่อนของพยาธิปะปนอยู่หรือไม่ ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยและความอร่อยที่ไร้อันตรายแอบแฝง.

ทะเลทรายทตโตะริ

ทะเลทรายทตโตะริตั้งอยู่ในจังหวัดทตโตะริ หนึ่งในสามของทะเลทรายในญี่ปุ่นและเป็นทะเลทรายที่ใหญ่ที่สุดในสามแห่ง

280x420_growth_hormone_deficiency

สามารถเดินในทะเลทรายได้ตามอัธยาศัยโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และยังมีบริการเช่ารองเท้าที่ใส่เดินบนทะเลทราย และมีรถเข็นเตรียมไว้ให้ท่านขึ้นหน้าผาชันได้สะดวกยิ่งขึ้น นอกจากนี้ท่านยังสามารถขี่อูฐเดินเล่นในทะเลทราย และยังสามารถท้าทายประสบการณ์ลอยร่มชูชีพและเครื่องร่องไกลเดอร์ได้อีกด้วย
จากริมฝั่งทะเลของทะเลทรายแห่งนี้ท่านสามารถสัมผัสได้ถึงความสวยงามของธรรมชาติ โดยเฉพาะช่วงหน้าร้อนที่โดนแสงแดดพระอาทิตย์ส่องเข้าทำให้สัมผัสได้ถึงความร้อนของทะเลทราย ท่านสามารถเลือกเอาได้ว่าจะมาในช่วงหน้าร้อนหรือหน้าหนาวที่อากาศเย็นสบาย.

เรียนรู้ประเภทและ วิธีกินซูชิ กันเถอะ

เรียนรู้ประเภทและ วิธีกินซูชิ กันเถอะ

พวกเราทุกคนต่างรู้จักกับ ‘ซูชิ’ ในฐานะที่เป็นอาหารประจำชาติของประเทศญี่ปุ่น ส่วนประกอบหลัก ๆ ของซูชิคือข้าวและท็อปปิ้งซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นปลาดิบหรืออาหารทะเลชนิดอื่น ๆ รวมไปถึงไข่และผักที่เราเคยเห็นนั่นเอง วันนี้เราจะพาไปรู้จักซูชิกันให้มากขึ้นอีก ทั้งประเภทและชนิดของซูชิว่ามีอะไรกันบ้าง รวมถึงมารยาทในการกินซูชิที่ถูกต้องด้วยเพื่อให้ได้ทั้งความอร่อยและอิ่มเอมกับวัฒนธรรมไปพร้อม ๆ กัน

 

  1.  ประเภทของซูชิ
  2.  10 อันดับซูชิต้องลอง
  3.  มารยาทและ วิธีกินซูชิ ที่ถูกต้อง

sushi 1

1ประเภทของซูชิ

ต้นกำเนิดของซูชิที่เรารู้จักนั้นเริ่มมาจากความต้องการที่จะถนอมอาหารของคนญ๊่ปุ่่น เริ่มต้นจากวัฒนธรรมการหมักปลาที่ได้รับอิทธิพลมาจากประเทศริมฝั่งแม่น้ำโขงทางฝั่งตะวันออกเฉียงใต้นี่เอง และภายหลังก็ได้รับการพัฒนารูปแบบมาเรื่อย ๆ จนเกิดเป็นซูชิที่มีหน้าตาและลักษณะที่หลากหลายขึ้นและเป็นที่รู้จักในฐานะอาหารประจำชาติของญี่ปุ่นในที่สุด ส่วนซูชิจะมีทั้งหมดกี่ประเภทนั้นตามมาดูกันเลย

Nare Sushi (นาเระซูชิ)

nare sushi

นาเระซูชิเป็นซูชิที่นำเอาข้าวสวย เนื้อปลา และเกลือมาหมักจนทำให้ข้าวและปลามีรสเปรี้ยว ซึ่งบอกต่อกันมาว่าวิธีการหมักแบบนี้ชาวญี่ปุ่นนั้นได้รับอิทธิพลมาจากประเทศบริเวณลุ่มน้ำโขง (คล้ายวิธีการทำปลาส้ม) ถือว่านาเระซูชินั้นเป็นต้นกำเนิดของซูชิในปัจจุบันเลยก็ได้ ในปัจจุบันนาเระซูชิที่ยังสามารถพบเห็นได้อยู่คือ ‘ฟุนะซูชิ’ คือซูชิที่นำปลาฟุนะไปหมักกับข้าว มีกลิ่นแรงมากแต่ถือเป็นอาหารหรูหราราคาแพงในปัจจุบัน

Nigiri Sushi (นิกิริซูชิ)

Nigiri Sushi

หากบอกชื่อไปหลายคนอาจนึกไม่ออกว่านิกิริซูชิมันคือซูชิประเภทไหนกันนะ แต่หากได้เห็นรูปก็จะร้องอ๋อทันทีเพราะนี่คือซูชิที่เราคุ้นเคยมากที่สุด เป็นการนำเอาข้าวหมักกับน้ำส้มสายชูปั้นด้วยฝีมือของเชฟให้ได้เป็นรูปทรงคล้ายวงรีขนาดพอดีคำแล้วท็อปปิ้งด้วยเนื้อปลาดิบ โดยข้าวและปลาจะต้องมีความสมดุลกันเพื่อให้ได้รสชาติของซูชิที่ดีที่สุด แม้จะดูเหมือนง่ายแต่ความจริงแล้วนี่เป็นศาสตร์การทำอาหารที่ต้องใช้เวลาในการฝึกฝนยาวนานมากเลยนะ

Maki Sushi (มากิซูชิ)

Maki Sushi

อีกหนึ่งซูชิที่ได้รับความนิยมจากชาวไทยไม่แพ้นิกิริซูชินั่นก็คือมากิซูชิ หรือในภาษาอังกฤษคือ Sushi Roll (ซูชิโรล) นั่นเอง เจ้าซูชิประเภทนี้เป็นซูชิที่เกิดจากวัฒนธรรมการกินซูชิที่แพร่หลายเข้าไปสู่ประเทศสหรัฐอเมริกาจึงทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนรูปแบบของซูชิให้เข้ากับวัฒนธรรมการกินอาหารของชาวตะวันตกด้วยการม้วนซูชิให้เป็นโรลนั่นเอง ทีนี้ก็รู้แล้วใช่มั้ยล่ะว่า ‘แคลิฟอร์เนียโรล’ ที่เห็นอยู่ในเมนูของร้านอาหารญี่ปุ่นนั้นได้มาจากไหน

Temaki Sushi (เทมากิซูชิ)

Temaki Sushi

ซูชิประเภทนี้เป็นซูชิที่ได้รับวัฒนธธรรมมาจากประเทศสหรัญอเมริกาเช่นเดียวกับมากิซูชิในเรื่องความสะดวกในการกิน เชฟจะห่อข้าว ผัก และปลาดิบให้เป็นรูปกรวยโดยมีสาหร่ายแผ่นห่ออยู่ด้านนอกสุด สามารถถือกินได้ทุกที่เพื่อความสะดวก ในภาษาอังกฤษจะเรียกซูชิประเภทนี้ว่า Hand Roll

Gunkan Sushi (กุงกังซูชิ)

Gunkan Sushi

ซูชิชื่อแปลกมาอีกแล้ว แม้ชื่อจะแปลกแต่รับรองว่าหน้าตาคุ้นเคยแน่นอนเพราะนี่คือกุงกังซูชิ เป็นซูชิที่ใช่สาหร่ายห่อข้าวไว้แล้วท็อปปิ้งด้านบนด้วยซูชิหน้าต่าง ๆ ส่วนใหญ่จะเป็นหน้าที่ไม่สามารถท็อปปิ้งบนนิกิริได้อย่างเช่น ไข่หอยเม่น ไข่ปลาแซลมอน หรือสลัดต่าง ๆ ทำให้ต้องใช้สาหร่ายเพื่อพยุงเอาไว้ และด้วยลักษณะคล้ายเรือแบบนี้เองทำให้มันได้ชื่อว่ากุงกังซูชิที่มีความหมายว่าเรือรบนั่นเอง

Chirashi Sushi (ชิราชิซูชิ)

Chirashi Sushi

ชิราชิซูชิคงเป็นซูชิที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในบรรดาซูชิทุกประเภทเพราะนี่คือซูชิที่เราคนไทยรู้จักในฐานะข้าวหน้าปลาดิบ แม้ว่าจะเสิร์ฟมาเป็นจานแต่ก็ถือว่าเป็นซูชิเช่นกัน และไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นหน้าปลาดิบเท่านั้น สามารถเลือกจากปลาดิบหลากหลายชนิดได้หรือเป็นวัตถุดิบที่หาได้ในแต่ละท้องถิ่นอย่างอโวคาโด ไข่หวาน แตงกวา และผักต่าง ๆ แต่สิ่งสำคัญคือจะต้องใช้ข้าวซูชิที่เป็นข้าวสวยหมักน้ำส้มสายชูนั่นเอง

Oshi Sushi (โอชิซูชิ)

Oshi Sushi

โอชิซูชิเป็นซูชิที่เราอาจไม่ค่อยคุ้นตาเท่าไรนัก แต่ถ้าไปเที่ยวในจังหวัดทางฝั่งคันไซก็อาจพบเห็นได้บ้างเพราะนี่เป็นซูชิที่โด่งดังมาจากฝั่งคันไซ เป็นการนำเอาข้าวซูชิและปลาดิบเรียงลงไปในกล่องตามลำดับแล้วทำการกดทับให้แน่นได้ออกมาเป็นโอชิซูชิที่มีลักษณะเป็นแท่งสี่เหลี่ยมแล้วตัดให้พอดีคำ ซึ่งก็จะมีความคล้ายกับนิกิรซูชิแต่แตกต่างกันที่วิธีการทำ

Inari Sushi (อินาริซูชิ)

Inari Sushi

หน้าตาของอินาริซูชิจะคล้ายกับกุกังซูชิแต่เปลี่ยนจากการใช้สาหร่ายห่อด้านนอกมาเป็นเต้าหู้ทอดที่มีลักษณะกลวงด้านในคล้ายถุงแล้วนำข้าวซูชิที่ปรุงรสและใส่วัตถุดิบแล้วใส่ลงไปด้านในของเต้าหู้แต่ละชิ้น ส่วนชื่ออินารินั้นก็ได้จากชื่อของเทพอินารีที่ว่ากันว่าโปรดปรานเต้าหู้ทอดเป็นที่สุด

10 อันดับซูชิต้องลอง

อย่างที่บอกกล่าวกันไปทางด้านบนว่าซูชินั้นมีอยู่หลายประเภทมาก ๆ เพราะฉะนั้นเราขอคัดมาแค่ 10 อันดับของซูชิที่เราคิดว่า ‘ต้องลองสักครั้งในชีวิต’ จากเว็บไซต์  LISTVERSE มาให้เพื่อน ๆ ได้ลองเช็คดูว่าตัวเองกินไปแล้วทั้งหมดกี่ชนิด และเหลืออีกกี่ชนิดที่ต้องลอง

Unagi (ปลาไหล)

Unagi

ปลาไหลที่เสิร์ฟในร้านอาหารญี่ปุ่นมีอยู่ 2 ชนิด คือ ปลาไหลน้ำจืด (Unagi) และปลาไหลน้ำเค็ม (Anago) แต่ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือปลาไหลน้ำจืด นิยมนำไปย่างก่อนทำเป็นเมนูซูชิหรือข้าวหน้าปลาไหลก็ได้ มีรสชาติหวานเค็มได้จากซอสที่ใช้หมัก

Tako (หมึก)

tako

หมึกสด ๆ ที่ใช้ทำซูชิจะมีเนื้อสัมผัสที่เหนียวนุ่มต้องเคี้ยวมากกว่าปลาดิบสักหน่อยแต่ถ้าชอบกินรับรองว่าต้องฟิน ยิ่งหากได้กินคู่กับวาซาบิด้วยแล้วจะยิ่งอร่อยเลยล่ะ

Bashi (ม้า)

bashi

ในประเทศญี่ปุ่น เนื้อม้าถือเป็นเนื้อชั้นดีรสชาติอร่อย โดยทั่วไปมีชื่อเรียกว่า Sakura-niku มีรสชาติคล้ายกับเนื้อแดงอื่น ๆ เพียงแต่มีไขมันน้อยกว่าและมีธาตุเหล็กมากกว่าถึงสองเท่า คนญี่ปุ่นยังนิยมกินเนื้อม้าดิบเป็นซาชิมิซึ่งเรียกว่า Basashi กินคู่กับขิงและหอม

Tabiko (ไข่ปลาทาบิโกะ)

Tabiko

ไข่ปลาโทบิโกะหรือไข่ของปลาบินนิยมนำมาทำเป็นซูชิมากในญี่ปุ่น โดยเฉพาะมากิซูชิหรือซูชิโรล เป็นไข่ปลาที่มีขนาดเล็กมาก มีรสชาติออกเค็มและมีความกรุบกรอบ โดยปกติแล้วจะมีสีส้มแต่สามารถเติมแต่งสีเพิ่มด้วยสีเขียวจากวาซาบิ สีดำจากหมึก เป็นต้น ซึ่งบางครั้งจะเสิร์ฟมาพร้อมกับไข่นกกระทาดิบ

Maguro (มากุโร่)

Maguro

ปลามากุโร่เป็นปลาในตระกูลเดียวกับปลาทูน่า มีทั้งพันธ์ที่เป็นครีบสีน้ำเงินและครีบสีเหลือง เป็นปลาขนาดใหญ่ที่สามารถมีน้ำหนักได้มากถึง 500 กิโลกรัม มีความยาวมากถึง 4 เมตร ยิ่งมีขนาดใหญ่ก็ยิ่งราคาแพง เมื่อนำมาเป็นซูชิจะแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ Otoro (โอโทโร่) ส่วนหน้าท้อง Chutoro (ชูโทโร่) และ Akami (อะคามิ) ขอแอบกระซิบนิดนึงว่าส่วน Otoro เนี่ยเด็ดดวงสุด ๆ

Salmon Skin Roll (หนังปลาแซลมอน)

salmon skin roll

ปลายอดนิยมอย่างปลาแซลมอนนั้นนอกจากจะมีเนื้อแสนอร่อยทั้งตอนดิบและตอนสุกแล้ว หนังของมันก็สามารถนำมาทำเป็นไส้ของซูชิโรลที่อร่อยได้เช่นกัน นำไปอบหรือย่างก็จะได้เป็นความอร่อยที่เค็มและกรุบกรอบ

Amebi (กุ้งหวาน)

amebi

กุ้งหวาน (Amebi) นั้นไม่ใช่กุ้งแบบเดียวกันกับกุ้งธรรมดา (Ebi) เพราะกุ้งหวานคือส่วนของหางกุ้งสด ๆ ของกุ้งอลาสก้าสีชมพู เนื้อโปร่งแสง ขนาดไม่ใหญ่นักแต่มีรสชาติที่เข้มข้นและชชัดเจนกว่ากุ้งธรรรมดามาก บางครั้งเชฟจะทาวาซาบิเพื่อเพิ่มรสชาติให้ด้วย

Shime Soba (ปลาซาบะดอง)

Shime Soba

เนื้อปลาซาบะดิบจะถูกนำมาดองด้วยน้ำส้มสายชูก่อนนำมาทำเป็นหน้าซูชิแสนอร่อย แต่เนื้อปลาจะมีรสชาติออกเปรี้ยวจัดและมีความมันค่อนข้างมาก

Hamachi with Jalapeños (ปลาหางเหลืองและพริกจาลาป้า)

himachi

ปลาฮามาจิหรือปลาหางเหลืองเป็นปลาอีกชนิดที่นิยมนำมาทำเป็นซูชิแสนอร่อย แม้หางจะเหลืองแต่เนื้อของมันนั้นมีสีขาวเนียนนุ่มแทรกไปด้วยไขมัน โดยเฉพาะในหน้าหนาวที่เป็นฤดูกาลแห่งการสะสมไขมันแล้วยิ่งอร่อย ซึ่งปลาฮามาจิถูกค้นพบว่าอร่อยยิ่งขึ้นเมื่อกินคู่กับจาลาป้า (พริกจากแม็กซิกัน)

Fugu (ปลาปักเป้า)

Fugu

สำหรับผู้เชี่ยวชาญด้านการกินซูชิคงไม่มีใครสามารถปปฏิเสธได้ว่าเนื้อปลาปักเป้าคือเนื้อปลาที่อร่อยที่สุดสำหรับเมนูซูชิ แม้จะถูกจัดว่าเป็นปลาที่มีพิษร้ายแรงที่สุดแต่ก็ยังได้รับความนิยมมากในหมู่นักกิน ด้วยความที่มีเนื้อนุ่มละเอียดหวานอร่อยนั่นเอง ซึ่งประเทศญี่ปุ่นนั้นเข้มงวดมากในการแล่เนื้อปลาปักเป้า เชฟผู้แล่จะต้องได้รับใบอนุญาตเท่านั้น

3มารยาทและ วิธีกินซูชิ ที่ถูกต้อง

eating 2

วิธีกินซูชิ อาจดูเหมือนง่าย ใคร ๆ ก็กินได้ แต่ด้วยความที่เป็นญี่ปุ่นทำให้วัฒนธรรมการกินซูชิของที่นี่มีมากไปกว่าการเอาเข้าปาก เคี้ยว แล้วกลืน เพราะฉะนั้นเราก็ควรจะเรียนรู้วิธีการกินที่ถูกต้องพร้อมมารยาทที่จะทำให้คุณดูเป็นคนที่ดูดีมีวัฒนธรรมขึ้นได้ในร้านอาหารญี่ปุ่น

ลำดับการกิน

sushi 2

หลักการคือเริ่มกินจากซูชิที่มีรสอ่อนก่อนแล้วจึงไล่ไปหาปลาที่มีรสชาติเข้มเพื่อไม่ให้รสชาติเข้มกลบรสอ่อนจนหมด หรือหากไม่แน่ใจในลำดับการกินก็สามารถกินขิงดองเพื่อเปลี่ยนรสชาติก่อนกินซูชิคำถัดไปได้ เมื่อกินของคาวครบแล้วก็กินซูชิหน้าไข่หวานปิดท้ายเพื่อล้างปากหรือจะเป็นกุงกังซูชิเราก็ไม่เกี่ยง และแนะนำให้สั่งซุปหอยลายร้อน ๆ มาซดก่อนสิ้นสุดมื้ออาหารด้วยนะ

วิธีกินกินซูชิ

eating 1

  • อย่าจิ้มซูชิด้วยตะเกียบเพราะถือเป็นลางไม่ดีและยังดูไร้มารยาทอีกด้วย
  • วางตะเกียบในที่วางตะเกียบที่ทางร้านจัดไว้ให้ แต่หากไม่มีก็ไม่เป็นไร
  • การถูตะเกียบเพื่อเอาเสี้ยนออกนั้นถือเป็นการกระทำที่ไร้มารยาทและเหมือนเรากำลังตำหนิร้านอยู่
  • เมื่อต้องคีบอาหารในจานรวมให้ผู้อื่นจะต้องใช้ตะเกียบอีกด้านในการคีบ
  • ไม่ยกตะเกียบขึ้นชี้หน้าผู้อื่น
  • จิ้มโชยุโดยใช้ด้านที่เป็นเนื้อปลาจุ่มลง ไม่ใช้ด้านที่เป็นข้าวเพราะข้าวอาจแตกเลอะเทอะไม่เป็นทรงซูชิ
  • ทาวาซาบิลงบนชิ้นซูชิที่ต้องการกิน ไม่ใส่ลงในโชยุแล้วคน
  • ควรกินซูชิให้หมดภายในคำเดียว
  • สามารถใช้มือในการกินซูชิแทนตะเกียบได้ ไม่ถือว่าเป็นการเสียมารยาท โดยมีวิธีการกินที่คล้ายกันกับตะเกียบ

ข้อสรุป

สุดยอดไปเลยใช่มั้ยล่ะแค่เจ้าซูชิชิ้นเล็ก ๆ เนี่ยรายละเอียดเยอะเหมือนกันนะ ซึ่งเชฟซูชิของญี่ปุ่นนั้นกว่าจะมาเป็นได้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยล่ะ ต้องอาศัยการฝึกฝนเป็นเวลานานกว่าหลายปีจึงจะเป็นเชฟที่สมบูรณ์แบบได้ เราเองในฐานะคนกินก็ควรจะเรียนรู้วิธีการกินที่ถูกต้องเพื่อแสดงถึงมารยาทและให้ความเคารพแก่เชฟทุกคนด้วยการรู้คุณค่าของอาหารนั่นเอง ใครที่อ่านแล้วอยากจะไปกินซูชิที่ญี่ปุ่นมันซะตอนนี้เราก็ขอแนะนำให้ไปลองที่ 3 ร้านซูชิขั้นเทพที่การันตีด้วย Michelin Star ตามลิงก์ด้านล่างนี้เลย

20 กาชาปอง สุดแปลก ! พร้อมแหล่งหมุน

20 กาชาปอง สุดแปลก ! พร้อมแหล่งหมุน

ไปญี่ปุ่นถ้าไม่ได้ไปหมุน กาชาปอง ล่ะก็ บอกเลยว่าพลาดมาก เพราะนี่ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมในญี่ปุ่นที่เราสามารถสนุกสนานได้ในราคาไม่แพง เพียงแค่ ‘หยอดแล้วหมุน’ คุณก็จะได้ครอบครองของเล่นโมเดลจิ๋วในแคปซูลไข่แล้ว แต่ละแบบทั้งน่ารัก น่าชัง และแปลกประหลาดจนเห็นแล้วต้องเกิดคำถามว่า ‘เพื่ออออ ?’

Gachapon (กาชาปอง) เป็นชื่อเครื่องหยอดเหรียญชนิดหนึ่งในประเทศญี่ปุ่น ผลิตขึ้นครั้งแรกโดยบริษัทผลิตของเล่นยักษ์ใหญ่แห่งแดนอาทิตย์อุทัยอย่าง BANDAI แม้ว่าทางบริษัทจะเป็นผู้จดทะเบียนชื่อ กาชาปอง แล้วแต่ด้วยความที่เรียกกันมาติดปาก จึงทำให้ชื่อนี้ถูกใช้เรียกของเล่นประเภทนี้แบบเหมารวมแม้จะผลิตโดยบริษัทอื่นก็ตาม

กาชาปอง ตั้งขึ้นตามเสียงการทำงานของเครื่องหยอดเหรียญ เพราะเมื่อเราหยอดเหรียญแล้วหมุน แคปซูลไข่ด้านในก็จะหล่นลงมาดังเป็นเสียงที่ชาวญี่ปุ่นได้ยินว่า ‘กา-ชา-ป๊อง’ นั่นเอง

มีลักษณะเด่นเป็นแคปซูลรูปทรงไข่ ภายในบรรจุของโมเดลของเล่นชิ้นเล็กที่มีหลายแบบหลายแขนง เช่น โมเดลตัวการ์ตูนชื่อดัง โมเดลสัตว์และคนในอิริยาบถต่าง ๆ และอื่น ๆ อีกมากมายที่ไม่สามารถบรรยายได้หมด และวันนี้เราได้รวบรวมกาชาปองแปลก ๆ ที่น่าสนใจมาให้ดูกันเผื่อใครอยากจะไปตามหามาครอบครอง แต่อาจไม่ได้ประหลาดที่สุดหรอกนะเพราะที่ญี่ปุ่นเค้าผลิตกาชาปองออกมาใหม่ตลอดเวลา

1กาชาปองกางเกงใน

gashapon 2

คือมันเป็นรูปกางเกงในจริง ๆ เลยล่ะเธอเอ๋ย มีหลายลวดลายให้ได้ลุ้นด้วยนะ แม้หน้าตามันออกจะประหลาดไปเสียหน่อย แต่มีประโยชน์นะบอกเลยเพราะมันคือที่ครอบฐานขวดน้ำด้านล่างป้องกันไอน้ำที่ไหลเลอะเทอะนั่นเอง

2กาชาปองเสื้อกันหนาว

gashapon 1

สำหรับชิ้นนี้มีลักษณะไม่ใกล้ไม่ไกลจากกาชาปองกางเกงในเท่าไร แต่อาจจะดูกล้าใช้มากกว่าเพราะมาในรูปของเสื้อกันหนาวหลากลวดลายหลายสีสัน ฟังก์ชั่นการใช้งานอาจไม่เต็มที่เท่าแต่เรื่องความเก๋เค้าเกินร้อยค่ะ แค่ผูกก็ชิคแล้ว

3กาชาปองขนมปัง

gashapon 6

จะบอกว่าแปลกก็คงไม่ใช่ แต่ด้วยความเหมือนระดับนี้ทำให้รู้สึกอึ้งในขั้นตอนการผลิตที่ทำออกมาได้ดีมาก ๆ จนรู้สึกคุ้มค่าเงินที่หยอดไปเพื่อให้ได้มา แต่เนื้อของมันไม่นุ่มนิ่มเหมือนหน้าตาน้า

4กาชาปองสตรอเบอร์รี่

gashapon 28

นอกจากจะทำขนมปังได้เหมือนแล้ว งานละเอียดอย่างสตรอเบอร์รี่ก็ทำได้ละเอียดและเหมือนจริงมาก ๆ จนอาจแยกไม่ออกถ้าหากเอามาวางไว้คู่กัน ระวังจะเผลอหยิบกินเข้าปากเอาล่ะ

5กาชาปองเปลือกกล้วย

gashapon 8

สำหรับชิ้นนี้ยังหาคำตอบไม่ได้ว่าทำออกมาเพื่ออะไร แต่มองไปมองมามันก็ดูน่ารักดีเหมือนกันนะ เพราะเค้าทำให้เปลือกกล้วยที่ไม่มีชีวิต ดูมีชีวิตชีวาและแสดงอารมณ์ความรู้สึกผ่านอิริยาบถต่าง ๆ ได้น่ารักน่าเอ็นดูใช้ได้เลยทีเดียว

6กาชาปองอาหารทะเล

gashapon 9

ความเก๋ของกาชาปองนี้คือการออกแบบให้กาชาปองมีลวดลายทั้งสองด้าน แต่เราจะต้องรูดซิปเปิดออกมาก่อนจึงจะสามารถเห็นได้ โดยเมื่อเปิดออกมาก็จะเห็นเป็นด้านในของสรรพสิ่งต่าง ๆ อย่างเช่นปลาที่เปิดด้านในออกมาจะเป็นเนื้อปลาแดดเดียวน่ากิน หรือหอยที่เปิดฝาออกมาพร้อมรับประทาน

7กาชาปองอวัยวะ

gashapon 10

เรามาขยับอวัยวะ เอ้า เรามาขยับอวัยวะ ! คงไม่มีเพลงไหนเหมาะกับกาชาปองชิ้นนี้มากไปกว่าเพลงนี้แล้ว เพราะนี่คือกาชาปองอวัยวะมนุษย์ที่เห็นตับไตไส้พุงต่าง ๆ แต่จะว่าไปก็ดูมีสาระอยู่เหมือนกันนะ เหมือนได้เรียนวิชาชีวะอะไรประมาณนี้

8กาชาปองเครื่องออกกำลังกาย

gashapon 11

ใครทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ ต้องพิมพ์งานทั้งวันอย่าลืมละเลยการออกกำลังกายนิ้วนะจ้ะ และนี่คือกาชาปองเครื่องออกกำลังกายสำหรับนิ้วโดยเฉพาะ ความจริงแล้วมันมีขนาดเล็กมากจนสามารถใช้ได้แค่กับนิ้วน่ะนะ แต่ก็ดูน่ารักน่าสะสมทีเดียว ส่วนประสิทธิภาพคงต้องไปลองเองจ้า

9กาชาปองเทพีเสรีภาพ

gashapon 12

ไม่ต้องบินข้ามทวีปไปไกลถึงประเทศสหรัฐอเมริกา คุณก็สามารถเป็นเจ้าของโมเดลรูปเทพีเสรีภาพได้แล้ว แถมยังไม่ได้มาในท่าทางชูคบไฟอย่างที่เราคุ้นเคย แต่มีกิริยาที่ซุกซนไปกว่านั้นมาก เก็บสะสมไว้ถ่ายรูปเล่นน่าจะสนุกดีนะ

10กาชาปองอุนจิ

gashapon 13

สั้น ๆ ง่าย ๆ ได้ใจความเลยว่านี่คือกาชาปองรูปอุนจิที่มองยังไงก็เมื้อนเหมือน ทั้งสี รูปร่าง และเนื้อสัมผัส เห็นตอนไหนก็ได้แต่ขออย่าเป็นตอนกำลังจะกินข้าวเลยนะ เอ๊ะ หรือจะเหมาะสำหรับคนที่กำลังลดน้ำหนักกันนะ เพราะแค่เอามาวางไว้ดูก็คงจะกินไม่ลงแล้วล่ะ

11กาชาปองวิญญาณแมว

gashapon 14

ก็ไม่รู้ว่าถ้าทาสแมวเห็นแบบนี้แล้วยังจะอยากได้กาชาปองชิ้นนี้อยู่มั้ยนะ เพราะว่านี่คือกาชาปองวิญญาณแมวที่หน้าตาดูทั้งเศร้า ทั้งหงุดหงิด แต่ก็ดูน่ารักในตัวของมันและแปลกน่าเก็บสะสมดีนะ ว่ามั้ยมนุษย์ ?

12กาชาปองเกมส์เพลย์

gashapon 25

เด็กยุค 90’s ต้องกรี๊ดและหวีดร้องให้กับกาชาปองชิ้นนี้อย่างแน่นอน เพราะมันมาในรูปของเกมส์เพลย์ซึ่งน่ารักมากกกก ทำเหมือนและละเอียดสุด ๆ อยากจะได้มาเก็บไว้เป็นความทรงจำจริง ๆ เลย ซึ่งเราสามารถใส่แผ่นเกมส์และเสียบเมมโมรี่การ์ดได้ด้วยนะ

13กาชาปองโอบ้าจัง

gashapon 16

เบื่อสาวออฟฟิศหรือยัง ถ้าเบื่อแล้วลองมาเจอกาชาปองโอบ้าจัง (คุณป้า) กันหน่อยเป็นไง ซึ่งแต่ละคนมาในแฟชั่นขั้นสูงที่มีแต่โอบ้าจังเท่านั้นที่ใส่ได้ พร้อมด้วยท่าทางที่เห็นแล้วจี๊ดสุด ๆ ไม่น่าเชื่อว่าแค่กาชาปองตัวเล็ก ๆ จะสามารถถ่ายทอดความเป็นโอบ้าจังออกมาได้มากขนาดนี้เลยนะเนี่ย

14กาชาปองโพกหัวแมวเหมียว

gashapon 24

ขอเสียงทาสแมวอีกสักหนึ่งรอบ แต่รอบนี้ไม่ได้มาเป็นวิญญาณแล้ว แต่เป็นผ้าโพกหัวสำหรับแต่งตัวน้องเหมียวของคุณให้กลายเป็นแกะน้อยน่ารัก ฮ่า ๆ ดูมีประโยชน์ขึ้นมาสักหน่อยแล้วนะ ลองหยอดกาชาปองเพื่อน้องแมวกันดูนะจ้ะ

15กาชาปองจิงโจ้จอมเบ่ง

gashapon 18

เจ้าจิงโจ้ตัวนี้พยายามจะโชว์กล้ามแบบสุด ๆ เบ่งซะเส้นเลือดขึ้นเลยล่ะ เห็นแล้วชวนขำ และนอกจากจะเบ่งกล้ามก็ยังมีมีท่าทางอื่น ๆ ด้วยนะ ใครอยากได้เจ้าจิงโจ้ขี้เบ่งนี้ไปครอบครองก็ลองไปหมุน ๆดูนะ

16กาชาปองที่นอนปิกาจู

gashapon 19

‘ปิกา ปิก้า’ น่ารักอีกแล้วจ้ากับกาชาปองชิ้นนี้ มาในเวอร์ชั่นของที่นอนปิกาจูหลายลวดลาย และนอกจากจะน่ารักแล้วก็ยังมีประโยชน์ใช้สอยที่ใช้งานได้จริงอีกด้วยนะ เพราะนี่คือที่ใส่โทรศัพท์มือถือนั่นเอง ซึ่งเมื่อใส่มือถือเข้าไปแล้วก็เหมือนกับเรากำลังให้มือถือได้พักผ่อนเลย

17กาชาปองผ้าเช็ดหน้า

gashapon 20

เห็นแล้วถึงกับหัวเราะออกมาเลยล่ะสำหรับกาชาปองผ้าเช็ดหน้าชิ้นนี้ เพราะเป็นผ้าเช็ดหน้าลวดลายบั้นท้ายสุดขำขัน ที่มีตั้งแต่ของคนทั่วไป บันนี่เกิร์ล ไปจนถึงบั้นท้ายของยักษ์ญี่ปุ่นเลย เป็นผ้าเช็ดหน้าขนาดสี่เหลี่ยมขนนุ่ม แต่ไม่รู้ว่าตอนหยิบออกมาใช้คนข้าง ๆ จะมองยังไงนะ ฮ่า ๆ

18กาชาปองโมจิน้องหมา

gashapon 21

น้องหมาแต่ละตัวจะหน้าตาเป็นอย่างไรกันนะถ้าหากมันต้องกลายเป็นโมจิย่าง ไม่ต้องจินตนาการอีกต่อไปเพราะกาชาปองนี้เค้าสมมติมาให้เราเรียบร้อยแล้ว ดูจากรูปแล้วน้องหมาดูละมุนขึ้นเยอะเลยนะ แต่ถ้าจะให้กินจริง ๆ คงจะกินไม่ลง

19กาชาปองขนมปังสอดไส้น้องหมา

gashapon 22

เอาใจทาสหมากันอีกรอบด้วยความน่ารักซุกซนของเหล่าน้องหมาสุดน่ารักที่ถูกนำไปอยู่ในเมนูขนมปังเช่นครัวซองต์ แซนด์วิช ซึ่งเค้าก็สามารถสื่อคาแร็คเตอร์ของน้องหมาแต่ละสายพันธุ์ออกมาได้ดีมาก ๆ ไม่ใช่แค่น่ารักอย่างเดียวเท่านั้น คนที่เป็นเจ้าของน้องหมาคงอยากได้กันใหญ่

20กาชาปองไข่ขี้เกียจ

gashapon 23

ปิดท้ายกันด้วยกาชาปองเจ้าไข่ขี้เกียจ Gudetama ที่ฮิตสุด ๆ ด้วยท่าทางที่มีความทะเล้นของมันทำให้หลายคนต้องตกหลุมรักในความน่ารักและซุกซน ไม่เชื่อก็ดูสิ แค่ท่าเกาะแก้วน้ำก็กินขาดแล้ว ใครจะห้ามใจไหว

ตู้ กาชาปอง อยู่ไหน

Yodobashi Hakata (ヨドバシカメラ マルチメディア博多)

yodo hakata3

yodo hakata1

yodo hakata2

ที่ Yodobashi Camera สาขา Fukuoka นั้นก็คับคั่งไปด้วยตู้กาชาปอง โดยพิกัดจะอยู่ที่ชั้น 4 ซึ่งเป็นแหล่งรวมตู้กาชาปองของจริง มีเยอะมาก ๆ ทั้งสำหรับเด็กและผู้ใหญ่เลย ลองไปเดินก้ม ๆ เงย ๆ ดูก่อนได้ว่าแต่ละตู้มีตัวอะไรกันบ้าง ถ้าตาต้องใจตู้ไหนก็จัดการเอามาเป็นเจ้าของได้เลย

Yodobashi Umeda(マルチメディア梅田)

yodobashi 2

yodobashi 3

yodobashi 1

สำหรับเพื่อน ๆ ที่จะไปเที่ยวโอซาก้าสามารถแวะไปได้ที่ตึก Yodobashi Camera ย่าน Umeda แหล่งขายเครื่องใช้ไฟฟ้าชื่อดัง ซึ่งนอกจากเครื่องใช้ไฟฟ้าแล้วก็ยังมีของเล่นขายด้วย รวมไปถึงตู้กาชาปองก็มีจำนวนมากมายให้ไปหมุนกัน

Bic Camera Nagoya (ビックカメラ名古屋駅西店)

nagoya 3

nagoya 1

nagoya 2

ส่วนใครที่ไปนาโกย่าก็มีแหล่งหมุนกาชาปองมาแนะนำเหมือนกันนะ นั่นก็คือที่ Bic Camera นั่นเอง อยู่ใกล้กับสถานีรถไฟ Nagoya ด้วยนะ สามารถเดินทางมาละลายทรัพย์ไปกับเจ้าแคปซูลของเล่นเหล่านี้ได้ง่าย ๆ เลย ส่วนเรื่องจะมีโมเดลแบบใดบ้างนั้นต้องลองไปดูด้วยตัวเองแล้วล่ะ แหล่งกาชาปองของที่นี่อยู่ที่ชั้น 3 นะจ้ะ

Yodobashi และ Bic Camera (Sapporo)

สำหรับโซนเมืองหนาวอย่างฮอกไกโดก็ต้องเขยิบมาที่ซัปโปโรอีกนิดถ้าอยากได้กาชาปอง ซึ่งในละแวกนี้มีทั้ง Yodobashi และ Bic Camera ถ้าพอมีเวลาว่างสักหน่อยก็แวะเข้าไปทั้งสองที่เลยก็ได้นะ เพราะอาจจะเจอกาชาปองที่ไม่เหมือนกันไงล่ะ

  • Yodobashi Sapporo (ヨドバシカメラマルチメディア札幌)

yodo sap 3

yodo sap 2

yodo sap

  • Bic Camera (ビックカメラ札幌店)

bic sap 3

bic sap 1

bic sap 2

Akihabara Gachapon Kaiken (秋葉原 ガチャポン 会館)

aki gacha kaiken

aki gacha kaiken 2

aki gacha kaiken 2

aki gacha kaiken 4

อาหารเช้าญี่ปุ่น ราคาประหยัด ที่มีสาขาทั่วประเทศ

12 ร้าน อาหารเช้าญี่ปุ่น ราคาประหยัด ที่มีสาขาทั่วประเทศ

1Beck’s Coffee Shop (ベックスコーヒーショップ)

beck 1

Beck’s Coffee Shop เป็นร้านกาแฟที่มีเฟรนไชส์อยู่มากมายหลายสาขาทั่วประเทศญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเดินไปทางใดเราก็อาจจะพบร้านแห่งนี้ตั้งอยู่ก็สามารถเดินเข้าไปได้เลยโดยไม่ต้องลังเล

beck 4

บรรยากาศด้านในร้านนั้นตกแต่งในสไตล์ร้านอาหาร Junk Food ของทางฝั่งตะวันตก บริเวณเคาน์เตอร์ที่มีพนักงานคอยต้อนรับและรับออเดอร์อย่างแจ่มใส

beck 10

เมนูอาหารเช้าง่าย ๆ ที่มีคุณค่าทางอาหารมากมายรอเสิร์ฟลูกค้าเช่นเราอยู่ภายในราคาไม่ถึง 500 เยน หรือประมาณ 150 เท่านั้น ซึ่ง Morning Set ของที่นี่เสิร์ฟมาคู่กับเครื่องดื่มอย่างชาหรือกาแฟอีกด้วย คุ้มค่ามาก ๆ เลยล่ะ

beck 11

อาหารเช้าญี่ปุ่น สไตล์ American Breakfast หน้าตาน่ากินสุด ๆ อาจจะดูเหมือนน้อยแต่ความจริงแล้วปริมาณอาหารเพียงเท่านี้นั้นเพียงพอแล้วสำหรับมื้อเช้า ที่สำคัญเมนูเซ็ตนี้มีสารอาหารครบทั้ง 5 หมู่ด้วยล่ะ

beck 6

สาว ๆ ที่อยากกินอาหารลดน้ำหนักแบบคลีน ๆ ก็สามารถสั่งเป็นเมนู Acai ที่ทำจากน้ำผลไม้ปั่นเข้มข้นสไตล์ฮาวาย มีรสออกเปรี้ยว ท้อปปิ้งด้วยธัญพืช ราดน้ำผึ้ง และผลไม้ เมนูสุดเฮลตี้ที่เพิ่มความสดชื่นได้เป็นอย่างดี

 

2Doutor (ドトールコーヒ)

doutor 1 

ร้าน Doutor นั้นชาวญี่ปุ่นออกเสียงว่า ‘โดะโตะรุ’ เป็นร้านกาแฟสัญชาติญี่ปุ่นแท้ที่เปิดบริการมานานกว่า 30 ปีแล้ว และมีสาขามากกว่า 1,000 สาขาทั่วประเทศญี่ปุ่น

doutor 2

บรรยากาศในร้านก็เป็นร้านกาแฟสไตล์ญี่ปุ่นที่แสนอบอุ่นและน่านั่ง มักจะมีหนุ่มสาวทั้งวัยทำงานและวัยเรียนมานั่งจิบกาแฟชิล ๆ ที่ร้านอยู่เสมอ เพราะราคาของกาแฟที่นี่นั้นราคาไม่แพงเลย

doutor 5

Morning Set ของที่นี่ราคาน่าคบหามาก เพราะแต่ละเซ็ตราคาเพียง 390 เยนเท่านั้น ซึ่งภายในเซ็ตก็จะประกอบไปด้วยแซนด์วิชหรือฮอตดอกให้เราเลือก ถ้าชอบกินผักก็เลือกเป็นแซนด์วิชได้เลย รับรองอิ่มและอร่อย

doutor 6

แต่สำหรับคนไม่กินผัก เซ็ตฮอทดอกน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เสิร์ฟมาแบบอเมริกันสไตล์ แค่เห็นก็รู้แล้วว่าต้องอิ่มไปตลอดทั้งเช้าอย่างแน่นอน

doutor 4

ภายในเซ็ตเสิร์ฟคู่กาแฟดำที่เราเลือกได้ว่าชอบทานแบบร้อนหรือแบบเย็น สำหรับคนที่ดื่มกาแฟดำไม่เก่งก็สั่งเป็นแบบเย็นจะดื่มได้ง่ายกว่า ขอไซรัปจากพนักงานมาเพิ่มหวานสักหน่อยล่ะก็เยี่ยมไปเลย

3Hoshino Coffee (星乃珈琲店)

hoshino 1

Hoshino Coffee ร้านกาแฟเฟรนไชส์ที่มีสาขาทั้งในและนอกญี่ปุ่นเป็นจำนวนมาก ด้วยการตกแต่งที่เป็นเอกลักษณ์ทำให้ร้านแห่งนี้ครองใจชาวญี่ปุ่นหลายคน

hoshino 1

โดยเฉพาะร้าน Hoshino Coffee สาขานาโกย่านั้นมีการตกแต่งที่สวยงามทีเดียว แสงและสีร้านที่เป็นสีน้ำตาลโทนอุ่นช่วยให้เรารู้สึกได้ผ่อนคลายในยามที่จิบกาแฟยามเช้าสุด ๆ

hoshino 2

เมนู อาหารเช้าญี่ปุ่น ของที่นี่จะเสิร์ฟ Morning Set ในสไตล์นาโกย่า หากสั่งเซ็ตตามภาพจะประกอบไปด้วยขนมปังครึ่งแผ่น ไข่ลวก และเครื่องดื่มแก้วโปรดที่สเราสามารถเลือกได้ ทั้งหมดนี้ราคาเพียง 400 เยน เท่านั้น

hoshino 4

แต่ถ้าอยากสั่งเป็นเมนูอาหารเช้าสไตล์อื่นก็มีให้บริการเช่นกัน แต่ราคาจะสูงกว่านิดหน่อย อย่างเช่นเซ็ตสลัดสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มวิตามินให้แก่ร่างกายในยามเช้า แต่ดูแล้วสั่งทั้งสองอย่างก็คงจะดีนะ ได้สารอาหารแบบเต็ม ๆ กันเเลย

4Kohikan (カフェ珈琲館)

kohika 6

Kohikan ร้านกาแฟอีกร้านที่อยู่ภายใต้เครือเดียวกับ UCC เป็นร้านที่มีสาขาอยู่มากมาย และอาจมีหน้าตาร้านที่แตกต่างกัน เพราะฉะนั้นถ้าหาแล้วไม่พบร้านแบบในรูปก็ไม่ต้องตกใจไปนะ

kohika 2

บรรยากาศร้านเรียบง่ายใช้โทนสีทึบในการตกแต่ง สามารถนั่งชิล ๆ ได้อย่างสบาย ๆ กลิ่นของขนมเค้กและอาหารที่เสิร์ฟภายในร้านลอยอบอวลอยู่ทั่วชวนให้น้ำลายไหลจนเราอาจเผลอใจสั่งมากกว่าอาหารเช้าก็เป็นได้

kohika 4

Morning Set ที่นี่เป็นแบบสั่งแยก คือเราสามารถเลือกได้ตามใจชอบว่าอยากจะได้อะไรในมื้อเช้าบ้าง เช่นเลือกสั่งเป็นเซ็ตขนมปังปิ้งคู่ไข่ดาว แล้วแอดสลัดเพิ่มก็ทำได้

kohika 8

ฮอทดอกชิ้นโตชวนหิว แต่ก็ต้องไม่ลืมแอดมินิสลัดเพิ่มเข้าไปเพื่อให้ได้รับสารอาหารครบทั้งห้าหมู่

kohika 9 

โทสต์หน้าไข่คนเยิ้ม ๆ น่ากินสุด ๆ เหยาะแม็กกี้และพริกไทยเพิ่มรสชาติเป็นอันใช้ได้เลย

kohika 10

เมื่อเลือกเซ็ตที่ถูกใจได้แล้วก็หันไปเลือกเครื่องดื่มแก้วโปรดมาเติมเต็ม ซึ่งแต่ละอย่างนั้นมีราคาถูกมาก เพิ่มนู่นนี่นั่นได้ตามใจชอบ แต่ระวังราคาจะสูงลิ่วแถมยังกินไม่หมดอีกต่างหาก สั่งแต่พอดีก็พอนะ

 

5Komeda (コメダ珈琲店)

komeda 1

อีกหนึ่งร้านน่ารัก ๆ ที่มีสาขาตั้งอยู่ที่จังหวัดไอจิแห่งนี้มีชื่อว่า Komeda’s Coffee ร้านกาแฟบรรยากาศดีที่อยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟ เดินมาสักหน่อยก็จะได้พบกับเรื่องราวดี ๆ ที่นี่

komeda 2

ด้านในร้านอบอวลไปด้วยความอบอุ่น เบาะนั่งแสนสบายรอให้เราได้ไปพักผ่อนพร้อมสั่งอาหารมานั่งกิน เฟอร์นิเจอร์ของร้านมีความสวยงามและเข้ากันได้เป็นอย่างดี

komeda 6

ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคมที่ผ่านมา ทางร้าน Komeda จัดบริการพิเศษเอาใจคนตื่นเช้าด้วยการเสิร์ฟขนมปังปิ้งพร้อมเครื่องเคียงอีกหนึ่งอย่างที่เราสามารถเลือกได้ โดยมีไข่ต้ม ซอสไข่คน ถั่วแดงบด ซึ่งเสิร์ฟฟรี ! แค่เพียงสั่งเครื่องดื่ม 1 แก้ว เท่านั้น

komeda 5

เมื่อเลือกเซ็ตที่เราต้องการได้แล้วก็ถึงเวลาที่จะได้เอร็ดอร่อยกับเมนู อาหารเช้าญี่ปุ่น ตรงหน้าพร้อมเครื่องดื่มแก้วโปรดของเรา ซึ่งความพิเศษครั้งนี้อาจจะเหมาะกับคนที่กินน้อยสักหน่อยนะ แต่ถ้าไม่อิ่มก็สั่งเพิ่มได้และที่สำคัญต้องไม่เกินเวลา 11 โมง

komeda 7

ใครที่เน้นมื้อหนักกันตั้งแต่เช้าก็สามารถสั่งเป็นเมนูอื่นเพิ่มเติมได้ อย่างขนมปังเดนิชอบร้อน แฮมเบอร์เกอร์ แซนด์วิช และอื่น ๆ อีกมากมายที่น่าอร่อยเช่นกัน

6Pronto (プロント)

pronto 1

Pronto เป็นร้านอาหารที่เปิดทำการตลอดวัน ตอนที่ฟ้ายังสว่างก็เสิร์ฟเมนูอาหารเช้าและมื้อกลางวัน และเมื่อพระอาทิตย์ตกดินอำลาจากฟากฟ้าไปแล้วก็จะเปลี่ยนเป็นบาร์ที่ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ แหล่งรวมตัวสุดชิคของคนสมัยใหม่

pronto 2

สำหรับสาขาในย่าน Gion จังหวัดฟุกุโอกะนั้นตกแต่งได้อย่างสวยงามและทันสมัย พร้อมแฝงไปด้วยความน่ารักและรักษ์โลกด้วยการปลูกต้นไม้สร้างบรรยากาศแห่งการพักผ่อนให้แก่ลูกค้าที่มาเยือน

pronto 3

ร้าน Pronto แต่ละสาขามีบริการเสิร์ฟเมนูอาหารที่แตกต่างกันไปบ้าง แต่ที่มีเหมือนกันคือ Morning Set เมนู อาหารเช้าญี่ปุ่น แสนอร่อยในราคาประหยัดเพียง 500 เยนเท่านั้น

pronto 4

ลักษณะของเซ็ตอาหารเช้าที่เสิร์ฟจะประกอบไปด้วยขนมปังปิ้ง ไข่คน เครื่องดื่ม และสลัด ซึ่งสลัดนี้แหละที่ถือเป็นไฮไลท์ของเมนู เพราะเค้ามีชื่อว่าวิตามินสลัด อุดมไปด้วยวิตามินอันมีประโยชน์

 

7ST-Marc Cafe (サンマルクカフェ)

st 1

กลิ่นหอมของขนมปังลอยหอมยั่วยวนมาแต่ไกล มองหาป้ายสีส้มสัญลักษณ์รูปครัวซองต์ได้เลย เพื่อเข้าไปกินอาหารเช้าด้วยกันที่ร้าน ST-Marc Cafe ซึ่งเป็นร้านที่มีชื่อเสียงโด่งดังอย่างมากในเรื่องครัวซองต์

st 2Cr: tripadvisor.jp

บรรยากาศร้านเงียบสงบน่าพักผ่อนและจิบกาแฟ โดยเฉพาะในช่วงเช้าที่ชาวญี่ปุ่นเร่งรีบเราก็มานั่งผ่อนคลายสบายอารมณ์ที่นี่ก่อนออกเดินทางท่องเที่ยว

st 3

เราสามารถเดินมาเลือกขนมปังได้อย่างเต็มที่ แม้จะอ่านไม่ออกแต่รูปลักษณ์ของมันสามารถบอกได้อย่างชัดเจนว่าจะมีรสชาติประมาณไหน ซึ่งล้วนแล้วแต่น่ากินไปหมดเลย

st 4

แต่เมนูที่ห้ามพลาดคือครัวซองต์ช็อคโกแลตแสนอร่อยที่ใครมาก็ต้องหยิบ กินคู่กับชา กาแฟ หรือโกโก้เพิ่มความอร่อย น่ากินแบบนี้คงไม่ได้เป็นแค่มื้อเช้าแล้วล่ะ ต้องซื้อติดไม้ติดมือกลับไปด้วยอีกสัก 2-3 ชิ้น

8Tully’s Coffee (タリーズコーヒ)

tully 1

ร้านกาแฟ Tully’s เป็นร้านกาแฟจากเมืองซีแอตเติลที่มาเปิดสาขาในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเราสามารถพบร้านแห่งนี้ได้ตามย่านท่องเที่ยวหรือย่านธุรกิจในญี่ปุ่น

tully 2

สำหรับโต๊ะเก้าอี้ของร้านมีทั้งด้านนอกและด้านใน แล้วแต่ว่าชอบบรรยากาศแบบไหน แต่สาขาโอซาก้าแห่งนี้ค่อนข้างป๊อปปูล่าร์มาก ๆ ต้องจับจองที่นั่งให้ดีนะ

tully 3

สำหรับ Morning Set ที่นี่มีให้เลือก 2 แบบคือขนมปังคู่กับเครื่องดื่ม หรือขนมปัง เครื่องดื่ม และโยเกิร์ต ซึ่งจะมีราคาที่สูงกว่านิดหน่อย เช้า ๆ แบบนี้ใครอยากขับถ่ายดีก็จัดไปเลย

ตามหาสาขาได้ที่นี่ Tully’s Coffee

9Ueshima (上島珈琲店)

ueshima 3

Ueshima เป็นร้านกาแฟที่เปิดบริการภายใต้บริษัท UCC ที่มีชื่อเสียงโด่งดังเรื่องกาแฟ เช่นเดียวกันกับร้าน Kohikan จึงมั่นใจได้เลยว่ากาแฟที่นี่อร่อยแน่นอน

ueshima 5

เมนูเซ็ตอาหารเช้าของที่ร้านเสิร์ฟกาแฟคุณภาพดีที่ชงด้วยวิธีการดริปมือ ถือว่าเป็นอะไรที่ละเอียดอ่อนมาก ๆ คอกาแฟจะต้องฟินสุด ๆ แถมบรรยากาศร้านก็สวยงามใช้ได้เลย

ueshima 1

Morning Set มีให้เลือกหลายเซ็ต ทั้งแบบธรรมดาที่มีแค่บัตเตอร์โทสต์และกาแฟกับแบบชุดใหญ่จัดเต็มที่มีทั้งกาแฟ แซนด์วิช และโยเกิร์ต โดยราคาเริ่มต้นจะอยู่ที่ 450 เท่านั้น

ueshima2

วัตถุดิบในการปรุงทุกเมนูของที่นี่ ทางร้านเค้าบอกเลยว่าเลือกใช้แต่ของดีมีคุณภาพและสดใหม่ เพื่อให้อาหารมื้อเช้าที่สำคัญที่สุดของคุณเป็นมื้อที่ดีและอุดมไปด้วยคุณประโยชน์

 

10 Coco’s Restaurant (ココス)

coco 1  

ร้าน Coco’s Restaurant เป็นร้านอาหารที่มีหลายสาขา ซึ่งอาจจะพบเห็นไม่บ่อยเท่าร้านอื่นแต่ที่นี่ถือเป็นร้านที่ดีในการแวะมากินอาหารเช้าเพราะเค้ามีบุฟเฟ่ต์ !

coco 5

ใครต้องการความคุ้มค่าในยามเช้าขอให้เดินทางมาที่นี่โดยด่วน เพราะ Coco’s Restaurant เค้ามีบริการเสิร์ฟมื้ออาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ เราสามารถมาอิ่มอร่อยได้ที่นี่แบบไม่ง้อบุฟเฟ่ต์โรงแรม

coco 6

เมื่อเทียบราคาแล้ว อาหารเช้าของที่นี่อาจจะมีราคาสูงกว่าร้านอื่นแต่ถ้าคุณได้เห็นเมนูอาหารในไลน์บุฟเฟ่ต์แล้วจะรู้เลยเลยว่าคุ้มมาก ๆ

coco 4

เพราะไลน์อาหารของที่นี่มีหลากหลายและสารอาหารครบห้าหมู่เพียงแค่เรารู้จักเลือกกิน รับรองว่ามื้อนี้อุดมไปด้วยคุณค่าและคุ้มค่าอย่างแน่นอน

coco 8

ไม่ว่าจะเป็นขนมปังอบ ไส้กรอก สปาเก็ตตี้ สลัด และวาฟเฟิลที่เราสามารถทำเองได้ ทั้งสนุกทั้งอร่อยเลยล่ะ ส่วนเครื่องดื่มก็มีให้เลือกมากกว่า 35 ชนิด เรียกได้ว่าเยอะมากกก แต่เมนูอาหารอาจแตกต่างกันตามแต่ละสาขานะ

 

11 Gusto (ガスト)

gusto 1

ร้าน Gusto เป็นหนึ่งในร้านอาหารเครือเดียวกับร้านสกายลัคส์ที่เราคุ้นเคย เพราะฉะนั้นจึงมั่นใจได้เลยทั้งเรื่องอาหารและบรรยากาศร้าน

gusto 2

สาขาในจังหวัด Chiba ก็มีเช่นกัน แถมยังตั้งอยู่ใกล้กับสถานีรถไฟ สามารถเดินทางมาได้สะดวกสุด ๆ การตกแต่งก็เรียบง่ายเหมือนกับร้านอาหารทั่วไปแต่มีความพิเศษที่มื้อเช้า

gusto 4

อาหารเช้าที่นี่เสิร์ฟในสไตล์อเมริกันผสมผสานกับความเป็นญี่ปุ่นจึงมีทั้ง ไส้กรอก เบค่อน แฮมเบิร์ก ไข่ดาว และขนมปังให้เราเลือก

gusto 3

แต่ละเซ็ตสามารถเพิ่มเติมเมนูต่าง ๆ เข้าไปได้ด้วยการเพิ่มเงินเพียงเล็กน้อย อย่างเช่นเพิ่มสลัดก็เพิ่มเพียง 99 เยนเท่านั้น ที่สำคัญคือเครื่องดื่มและซุปนั้นเติมได้ไม่อั้น และความเก๋อีกอย่างของที่นี่นอกจากเมนูจะน่ากินแล้วเรายังจะได้รู้อีกด้วยว่าแต่ละเซ็ตมีปริมาณแคลอรี่เท่าไร เพราะฉะนั้นก่อนสั่งเพิ่มก็ต้องเช็คกันก่อนนิดนึงนะ กินเยอะไปเดี๋ยวจะอ้วน

12First Kitchen (ファーストキッチン)

first 2

First Kitchen เป็นร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดในเครือเดียวกับร้าน Wendy’s ที่มีสาขาอยู่ในหลายประเทศ ภายนอกร้านดูมีความทันสมัยชวนให้เราเดินเข้าไปลิ้มลอง

first 1

ด้านในก็มีบรรยากาศที่โปร่งโล่งสบาย แลดูไม่แออัดแม้ในช่วงเวลาเร่งรีบที่อาจมีลูกค้าเยอะ แต่สำหรับลูกค้าที่มาในช่วงเช้าก็ไม่ต้องรีบร้อนไป สั่งอาหารเช้ามานั่งกินพักผ่อนหย่อนใจกันก่อน

first 4

โปรโมชั่นพิเศษสำหรับที่นี่คือช่วงเช้าตั้งแต่ร้านเปิดจนถึง 10.00 น. เมื่อเราสั่งเซ็ตเมนูอาหารเช้าอย่างเช่นแฮมเบอร์เกอร์ในราคาประมาณ 500 เยน เราสามารถเลือกสั่งเครื่องดื่มแก้วโปรดได้ในราคา 100 เยนหรือเพิ่มแฮชบราวน์โปเตโต้ในราคา 160 เยนได้

first 3

ใครที่ชอบอาหารสไตล์นี้ต้องห้ามพลาดเด็ดขาด แอบบอกทริคเล็กๆ คือเราสามารถสั่งเซ็ตอาหารเช้าพร้อมเครื่องดื่ม แล้วเก็บแฮมเบอร์เกอร์ไว้กินตอนหิวระหว่างเดินทางก็น่าจะเป็นไอเดียที่ดีนะ

first5

ส่วนความแปลกที่เราอยากท้าให้มาลองคือเบอร์เกอร์ช็อคโกแลตคิทแคท ใช่แล้วได้ยินไม่ผิด มันคือเบอร์เกอร์ช็อคโกแลตจริง ๆ ใครอยากรู้ว่าจะเป็นอย่างไรต้องมาลองนะจ้ะ

Caretta Illumination 2015

Caretta Illumination 2015
「カノン・ダジュール Canyon d’Azur ~青い星の谷~」

caretta_shiodome_winter_2014

งานประดับไฟสุดอลังการ Caretta Illumination กลับมาอีกครั้ง จัดขึ้นที่ตึก Caretta Shiodome จุดสังสรรค์ของหนุ่มสาวชาวโตเกียว ที่จะประดับประดาไปด้วยดวงดาวสีน้ำเงิน เข้ากับคอนเซ็ปต์ Canyon d’Azur ด้วยหลอดไฟ LED กว่า 250,000 ดวง โดยปีนี้เป็นการฉลองครบรอบ 10 ปี งานจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 19 พฤศจิกายน 2015 และจะจัดเป็นระยะเวลา 3 เดือน ไปจนถึงวันวาเลนไทน์ 2016

Caretta Illumination 2015「Canyon d’Azur ~青い星の谷~」

■ ค่าเข้าชม : ฟรี
■ เว็บไซต์ : CARETTA ILLUMINATION 2015 / CARETTA SHIODOME

caretta_access

วิธีการเดินทาง :
โดยรถไฟ JR : ลงสถานี Shimbashi และเดินผ่านทางเชื่อมใต้ดิน ประมาณ 5 นาที
โดยรถไฟใต้ดิน :
– สาย Oedo ลงสถานี Shiodome และเดินต่ออีก 1 นาที
– สาย Asakusa ลงสถานี Shimbashi และเดินต่ออีก 3 นาที
– สาย Ginza ลงสถานี Shimbashi และเดินต่ออีก 5 นาที
โดยรถไฟโมโนเรล : สาย Yurikamome ลงสถานี Shiodome และเดินต่ออีก 2 นาที


ภาพบรรยากาศเมื่อปี 2014 Photo by t-mizo

caretta_shiodome_winter_2014

caretta_shiodome_winter_2014_02

เที่ยว ที่ปุ่น สุด ชิว ทริปชวนฝันชมปราสาทลอยฟ้า Takeda Castle ท่ามกลางทะเลหมอก

ทริปชวนฝันชมปราสาทลอยฟ้า Takeda Castle ท่ามกลางทะเลหมอก

นอกจากนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างพวกเราจะนิยมไปเที่ยวตาม วัด ศาลเจ้า พิพิธภัณฑ์ และสวนสนุกกันแล้ว ปราสาท ก็ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกประเภทหนึ่งที่สามารถเข้าไปเที่ยวชมสัมผัสวัฒนธรรม ความสวยงาม และความยิ่งใหญ่ของประเทศญี่ปุ่นได้

ซึ่งภายในประเทศญี่ปุ่นก็มีปราสาทตั้งอยู่มากมายหลายเมืองหลายจังหวัด ปราสาทแต่ละแห่งก็จะมีจุดเด่นและความสวยงามแตกต่างการไปทั้งในเรื่องของการออกแบบและฐานที่ตั้งซึ่งมีบรรยากาศไม่เหมือนกัน โดยจะออกแบบให้เข้ากับทำเลภูมิศาสตร์และที่ตั้งเพื่อป้องกันข้าศึกที่บุกโจมตีนั่นเอง

takedajyo00-720x405

ครั้งนี้เราจึงขอพาทุกคนไปกันที่จังหวัดเฮียวโงะ (Hyogo) เพื่อชมปราสาทอันเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ในทำเลที่งดงามและหาชมได้ยากอย่างปราสาททาเคดะ (Takeda Castle) ที่ได้สมญานามว่า ปราสาทลอยฟ้า หรือ Machu Picchu แห่งญี่ปุ่น

ปราสาททาเคดะ (Takedajo) : ปราสาทลอยฟ้า บรรยากาศชวนฝัน

ปราสาททาเคดะปราสาททาเคดะ เป็นหนึ่งในปราสาทญี่ปุ่นที่มีนักท่องเที่ยวมากมายมาเยี่ยมเยียน ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1441 โดย Otagaki Mitsukage ก่อนที่จะได้รับความเสียหายจนปัจจุบันเหลือเพียงแค่ฐานของปราสาทไว้ให้เราได้เชยชม

99922แต่ถึงจะเหลือแค่ตัวฐาน ปราสาทที่อยู่บนภูเขาที่มีความสูงประมาณ 353 เมตรจากระดับน้ำทะเลแห่งนี้ ยังมีจุดเด่นตรงสถานที่ตั้งและบรรยากาศรอบ ๆ ตัวปราสาท

ปราสาททาเคดะ

บรรยากาศที่สวยงามรอบปราสาทที่ว่าก็คือความสวยงามตามธรรมชาติที่เกิดขึ้นจากหมอกซึ่งขึ้นมาปกคลุมบริเวณรอบปราสาท ทำให้ปราสาทเสมือนกับล่องลอยอยู่บนท้องฟ้า และได้รับฉายาว่าเป็นปราสาทลอยฟ้าที่สวยเหมือนกับ Machu Picchu หรือจะเรียกว่าที่นี่เป็น Machu Picchu ของญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้ !

aflo_JWDA009658

แต่หมอกที่สวยงามเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นทุกวันหรือตลอดเวลา เพราะปัจจัยที่จะทำให้เกิดหมอกนั้นขึ้นอยู่กับทั้งอุณหภูมิระหว่างวัน และกระแสลมด้วย

ปราสาททาเคดะ

ช่วงเวลาที่สามารถดูปราสาททาเคดะท่ามกลางทะเลหมอกได้สวยที่สุดก็คือช่วง 8 โมงเช้าในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใสของเดือนกันยายนถึงเดือนพฤศจิกายนนั่นเอง

ปราสาททาเคดะ

ซึ่งปราสาททาเคดะเขาก็แบ่งเวลาให้เข้าชมเป็น 2 ช่วงคือ
ช่วงวันที่ 20 มีนาคม – 20 กันยายน โดยจะเปิดให้เข้าชมเวลา 9.00-16.00 น.
ช่วงวันที่ 21 กันยายน – 10 ธันวาคม โดยจะเปิดให้เข้าชมเวลา 3.00-16.00 น.

ปราสาททาเคดะ

และที่เห็นว่าเขาเปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลาตี 3 เนี่ยอย่าคิดว่าจะไม่มีใครมา เพราะนี่ถือเป็นเวลาสำคัญสำหรับคนที่ตั้งใจจะมาดูพระอาทิตย์ขึ้นบริเวณปราสาททาเคดะเลยนะ (แต่อย่าลืมเอาไฟฉายไปด้วย)

ปราสาททาเคดะ

หมายเหตุ : บางช่วงเวลาปราสาทอาจไม่เปิดให้บริการเนื่องจากสภาพอากาศ และบางช่วงเวลาอาจมีนักท่องเที่ยวจำนวนมากซึ่งทำให้จราจรติดขัดได้ ตรวจสอบช่วงเวลาที่ปราสาทเปิดให้เข้าชมได้ที่ Takeda Castle

โดยจุดที่น่าสนใจและเหมาะกับการชมวิวปราสาททาเคดะมีอยู่ 2 จุดด้วยกันคือ

ปราสาททาเคดะ

  • จุดชมวิวบริเวณที่ตั้งของปราสาท ตรงจุดนี้เราจะได้ชมร่องรอยของปราสาทที่ยังเหลืออยู่และบรรยากาศรอบ ๆ ปราสาทอย่างใกล้ชิด

ปราสาททาเคดะ

  • จุดชมวิวปราสาทจากภูเขาอีกลูกหนึ่ง ซึ่งตรงจุดนี้เหมาะสำหรับชมบรรยากาศยามพระอาทิตย์ขึ้นและชมทะเลหมอกรอบปราสาททาเคดะมากที่สุด ใครที่อยากจะมาดูพระอาทิตย์ขึ้นหรือตกก็ควรกะเวลามาให้ดีไม่งั้นเดี๋ยวจะมาไม่ทันชมนะ